ฟองน้ำล้างจาน ภัยเงียบในครัว

ทราบหรือไม่คะว่า?

ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสม ขยายพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรีย แถมยังทำให้ จาน ชาม ช้อน ส้อม ที่เราคิดว่าล้างสะอาดดีแล้ว มีเชื้อโรคและแบคทีเรียปนเปื้อนไปหมด

วิธีง่ายๆ ที่จะลดการสะสมของแบคทีเรียก็โดยนำฟองน้ำไปตากแดดจัดๆทุก 2-3 วัน โดยหลังจากที่เราใช้งานให้ใช้น้ำยาล้างจานบีบใส่ฟองน้ำซักฟองน้ำให้สะอาด

บีบน้ำออกให้เกลี้ยงแล้วจึงนำไปตากแดดจัดๆสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ความร้อนทำลายแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ แล้วอย่าลืมแยกฟองน้ำตามการใช้งาน ฟองน้ำล้างแก้ว ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำสำหรับคราบมัน การแยกชนิดฟองน้ำ แยกที่จัดเก็บก็จะช่วยลดการปนเปื้อนได้อีกทางด้วยค่ะ

7 ข้อ เกี่ยวกับ ฟองน้ำล้างจาน ที่หลายคนยังไม่รู้

1.ฟองน้ำล้างจานมีต้นกำเนิดจากริบบิ้น

ฟองน้ำล้างจาน เกิดจากบริษัท 3M ทำการผลิตริบบิ้นโดยการเติมสารเคมีให้ริบบิ้นมีความสาก เพื่อให้ง่ายในการผูก แต่ต้นทุนสูงเกินที่จะทำออกมาแข่งขันกับริบบิ้นธรรมดาในท้องตลาด ทำให้ 3M นำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาต่อยอดเป็นสก๊อตช์-ไบรต์® หรือ ฟองน้ำล้างจานที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

2.ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคชั้นดี

ฟองน้ำล้างจานเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีอยู่ในทุกครัวเรือน แต่รู้หรือไม่ว่าฟองน้ำล้างจานธรรมดาๆที่เราใช้อยู่ทุกวันเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษได้ หากไม่ทำความสะอาดหรือใช้งานนานเกินไป

ฟองน้ำล้างจานเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีอยู่ในทุกครัวเรือน แต่รู้หรือไม่ว่าฟองน้ำล้างจานธรรมดาๆที่เราใช้อยู่ทุกวันเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษได้ หากไม่ทำความสะอาดหรือใช้งานนานเกินไป

3.ฟองน้ำล้างจานทำความสะอาดได้ด้วยความร้อนจากแสงแดด

หลังจากใช้ฟองน้ำล้างจานเสร็จทุกครั้งให้บีบน้ำยาล้างจานอีก 2-3 หยด เพื่อทำความสะอาดสก๊อตไบรท์ แล้วล้างน้ำเปล่า บีบจนไม่มีฟองติดค้างอยู่ หลังจากนั้นจึงนำฟองน้ำล้างจานไปฆ่าเชื้อโดยการตากแดดและผึ่งลมให้แห้ง

4.ฟองน้ำล้างจานทำความสะอาดได้ด้วยน้ำส้มสายชู

ฟองน้ำล้างจานสามารถทำความสะอาดและดับกลิ่นได้ด้วยการแช่น้ำส้มสายชู ครึ่งถ้วย ผสมกับน้ำร้อน 1 ถ้วย และเกลือสามช้อนโต๊ะผสมให้เข้ากัน แช่ฟองน้ำทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นนำมาล้างทำความสะอาดและผึ่งลมให้แห้ง

5.ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างจานล้างแก้ว

ควรแยกฟองน้ำล้างจานสำหรับล้างจานและล้างแก้วออกจากกัน เพราะหากเรานำฟองน้ำที่ใช้ล้างภาชนะที่มีกลิ่นคาวมาล้างแก้ว จะทำให้กลิ่นคาวเหล่านั้นติดที่แก้วน้ำของเราไปด้วยค่ะ ทำให้เวลาดื่มน้ำจากแก้วจะทำให้เราได้รับกลิ่นคาวนั้นไปด้วย ที่แย่กว่านั้นคือหากเราใช้แก้วน้ำที่มีกลิ่นคาวต้อนรับแขก อาจจะทำให้เราเสียภาพลักษณ์ที่ดีได้

6.ควรเปลี่ยนฟองน้ำล้างจานทุกๆ 1 เดือน

หลายๆบ้านใช้งานฟองน้ำล้างจานจนลืมไปแล้วว่าใช้มานานเท่าไหร่ ต้องบอกเลยว่าอันตรายมากๆค่ะ เพราะฟองน้ำล้างจานถือเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคชั้นดี โดยเฉพาะบ้านไหนที่ไม่เคยทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อโรคในฟองน้ำล้างจานเลย

ถ้ายังใช้ต่อไปเรื่อยๆเชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่สะสมในตัวฟองน้ำอาจจะทำให้เกิดอาการท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมเปลี่ยนฟองน้ำล้างจานทุกๆ 1 เดือนนะคะ หรือหากใครที่ใช้งานฟองน้ำล้างจานๆบ่อยๆก็ควรเปลี่ยนเร็วกว่าหนึ่งเดือนค่ะ

7.ฟองน้ำล้างจานแต่แบบใช้งานต่างกัน

ฟองน้ำล้างจานที่ไม่มีเส้นใยขัด

เหมาะสำหรับการล้างภาชนะที่ไม่มีคราบสกปรกฝังแน่น อย่างเช่น แก้วน้ำ

ฟองน้ำล้างจานที่มีใยขัดสีเขียว

เหมาะสำหรับการล้างทำความสะอาดภายชนะทั่วไปที่มีคราบฝังแน่น คราบไหม้ หรือ คราบสกปรกหนักๆ

ฟองน้ำล้างจานและใยขัดสีฟ้า

เหมาะกับการล้างทำความสะอาดภายชนะที่มีการเคลือบสารต่าง เช่น เทฟร่อน เพราะเส้นใยสีฟ้าจะมีความอ่อนนุ่มกว่าเส้นใยขัดสีเขียว

ฟองน้ำล้างจานที่มีใยขัดสีชมพู

เหมาะสำหรับการล้างทำความสะอาดภาชนะที่เราไม่ต้องการให้เกิดริ้วรอย อย่างจานกระเบื้อง เป็นต้น เพราะเส้นใยสีชมพูจะมีความอ่อนกว่าเส้นในสีอื่นๆ

รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมเลือกใช้ฟองน้ำล้างจานให้เหมาะสมกับการใช้งานและหมั่นทำความสะอาดฟองน้ำล้างจานกันบ่อยๆนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัวค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก.healthy  , Jellywalker , officemate