วิธีแก้ปวดหัวใน 5 นาที โดยไม่ต้องใช้ยา

9 second read
267

พวกเราโดยปกติก็ใช้รูจมูกทั้งสองข้างหายใจเข้า-ออก โดยไม่รู้ความแตกต่างของรูจมูกด้านซ้ายหรือขวา ว่าแตกต่างกันตรงไหน?

แต่องค์ความรู้แพทย์แผนอินเดียโบราณอธิบายเอาไว้ว่า…

– จมูกด้านขวา คือ ตัวแทนแห่งสุริยะ และพลังงานความร้อน

– จมูกด้านซ้าย คือ ตัวแทนแห่งจันทรา และพลังงานความเย็น
1) เวลาปวดหัว…ลองเอานิ้วมือ ‘อุดรูจมูกด้านขวา’ แล้วใช้รูจมูก ‘ด้านซ้ายสูดลมหายใจเพียงข้างเดียว

2) เวลาอ่อนเพลีย…ทำกลับด้านกันคือ เอานิ้วมือ ‘อุดรูจมูกด้านซ้าย’ แล้วใช้รูจมูก ‘ด้านขวาสูดลมหายใจ’ เพียงข้างเดียว

จะพบว่าอาการที่เป็นอยู่จะบรรเทาลงภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที !

ให้ลองสังเกตตัวเองว่า เวลารู้สึกตัวตื่นขึ้นตอนเช้า เราใช้รูจมูกด้านไหน หายใจคล่องกว่ากัน?? ถ้าคำตอบคือรูจมูกด้านซ้าย คุณจะรู้สึกอ่อนเพลีย ให้รีบอุดรูด้านซ้าย และหายใจด้วยรูจมูกด้านขวาทันที และไม่นานนักก็จะสดชื่นขึ้น หายงัวเงีย

หัดทำไปอยู่บ่อยๆ สักหนึ่งเดือน..ก็จะเริ่มสังเกตได้ละเอียดขึ้น ว่องไวขึ้น จนไม่ต้องรอให้เกิดอาการปวดหัว แล้วถึงแก้ไข

เพียงเริ่มๆจะปวด เริ่มๆจะอ่อนเพลีย ก็ดับอาการได้ทันที ลองดูจ้า

ปวดหัวแบบไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

ไม่ว่าใคร อายุเท่าไร เพศอะไร ก็ปวดหัวได้ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการปวดหัวก็มีมากมายหลายประการ จนคุณอาจไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

นอกจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือปวดศีรษะจากอาการไม่สบาย เป็นไข้แล้ว ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว และอาการปวดหัวก็มีหลายแบบเสียด้วย แบบไหนอันตรายถึงขั้นพาราเซตามอลก็ไม่ช่วยอะไร มาดูกันค่ะ

สาเหตุของอาหารปวดหัว ที่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง

– เครียด วิตกกังวล ทำงานหนักจนเกินไป

– ใช้สายตาเพ่งจ้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป เช่น จ้องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์

– อ่านหนังสือ ใช้งานคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตในที่ๆ มีแสงสว่างไม่เพียงพอ

– รับคาเฟอีนมากเกินไป อาจมาจากการดื่มกาแฟมากเกินไป (มากกว่า 2 แก้วต่อวัน)

– พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกตื่นสาย

– ปวดหัวจากการมีไข้ ไม่สบาย

โดยอาการปวดหัวจากสาเหตุตามด้านบน จะเป็นอาการปวดหัวตื้อๆ จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเล็กน้อย เช่น ทำงานต่อไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก แต่ยังสามารถทนอาการได้ ทานยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอล หรือแอสไพริน และนอนพักผ่อนสักพักก็หายเป็นปกติ

แต่หากมีอาการปวดหัวตามลักษณะนี้ อาจมีความปกติที่จำเป็นจะต้องพบแพทย์

– ปวดหัวมาก อาจจะปวดหัวข้างเดียว ลามไปถึงกระบอกตา หน้ามืด

สาเหตุ อาจมาจากปวดหัวไมเกรน หรือต้อหินเฉียบพลัน

– ปวดหัวหลายครั้งจนเกินไป มากกว่า 1 ครั้งใน 1 อาทิตย์ และปวดต่อเนื่องเป็นเดือนๆ

สาเหตุ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท

– ปวดหัวรุนแรงแบบทนอาการไม่ได้ พร้อมด้วยอาการคลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัว

สาเหตุ เป็นไปได้หลายอย่าง อาจจะมีเลือดออกในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งในสมอง

– ปวดหัวหลังตื่นนอนตอนเช้า ปวดหัวจนต้องสะดุ้งตื่น

สาเหตุ นอกจากความเครียดแล้ว ยังอาจเป็นเนื้องอกในสมอง

– ปวดหัวรุนแรง พร้อมอาการคอแข็ง

สาเหตุ การมีอาการติดเชื้อในระบบประสาท เช่น ติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง

– ปวดหัว และมีอาการมึนงง สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ดูไม่มีสติ หรือหมดความรู้สึกไป

สาเหตุ อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองอักเสบ

– ปวดหัวหลังจากศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน

สาเหตุ อาจมีอาการเลือดคั่งในสมองจากอุบัติเหตุ

– ไม่ค่อยปวดหัว แต่จู่ๆ ก็ปวดหัวขึ้นมา และมีอาการรุนแรง

สาเหตุ อาจมีปัญหาในระบบประสาทและสมองเฉียบพลัน

อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกว่าอาการปวดหัวรุกลาม หรือรบกวนการใช้ชีวิตในประจำวันมากจนเกินไป ควรรีบพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการปวดหัวจะดีกว่าค่ะ เพราะอาการปวดหัวเป็นอาการเริ่มต้นของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากมาย เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายอันดับต้นๆ ดังนั้นอย่ารอจนสายเกินไปนะคะ

เตือน! ปวดหัวบ่อยๆ อย่าไว้วางใจ ถ้าปล่อยนานไป อาจตายไม่รู้ตัว

แชร์เก็บไว้เลย ใครปวดหัวบ่อยๆ ทำตามได้เลย วิธีแก้ปวดหัวให้หายได้ใน 30 วินาที

อาการปวดหัวเชื่อว่าคงไม่ใช่อาการที่ใครๆ ชอบอย่างแน่นอนนะเฮียว่า โดยเฉพาะอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นขณะทำงาน หรือว่ากำลังขับรถอยู่ แถมจะหายากินก็เป็นเรื่องยากอีกต่างหาก หรือต่อให้มียากิน ถ้าไม่ได้พัก นอนสักงีบก็คงไม่มีทางดีขึ้นอย่างแน่นอน

ดังนั้น ในบทความนี้เราขอแนะนำวิธีที่จะช่วยแก้อาการปวดหัวได้อย่างเห็นผลภายใน 30 วินาที
มีจุดที่สามารถนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดและอาการปวดเมื่อยของธรรมชาติที่แตกต่างกันในร่างกายของเราที่ใช้งาน

และเทคนิคการกดจุดดังกล่าวยังเป็นประโยชน์ในการกำจัดของอาการปวดหัว จุดที่กดบนตั้งอยู่บนฝ่ามือของคุณระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ลองหาจุดเชื่อมต่อระหวางนิ้วมือทั้งสอง ลองดูจากภาพนี้ได้เลยครับ

หาจุดเจอแล้ว ทำอย่างไรต่อ?
ให้เพื่อนๆ กดลงไปยังจุดหลังมือตามภาพ ส่วนของนิ้วชี้ (ของมือที่ใช้กด) ให้ออกแรงกดจากฝ่ามือมาด้วยเช่นเดียวกัน และใช้กดแช่ค้างไว้ 30 วินาที เป็นวิธีง่ายมากๆ หากทำถูกเพื่อนๆ จะสามารถลดอาการปวดหัวได้อย่างรวดเร็ว ลองไปทำกันดูครับ

**คำเตือน : สตรีมีครรภ์ไม่ควรปฏิบัติเทคนิคนี้เพราะอาจทำให้คลอดก่อนกำหนด**ที่มา http://www.rak-sukapap.com/2016/09/30_29.html

9 วิธี หยุดทรมาน จากอาการปวดศีรษะ (สุขภาพดี)

เพราะอาการปวดศีรษะอยู่ใกล้ตัวเราทุกคน ยิ่งสาว ๆ คนไหนทำงานแบบลืมพักผ่อน รับรองว่าอาการปวดศีรษะจะมาเคาะประตูเยี่ยมเยือนบ่อยยิ่งกว่าบ่อยแน่นอน ยิ่งช่วงไหนทั้งพักผ่อนน้อย ทั้งเครียด และมีประจำเดือนแล้วล่ะก็ อาการปวดศีรษะจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เสียจนยาแก้ปวดแทบจะเอาไม่อยู่เลยทีเดียว แต่อย่าเพิ่งกังวลเรามี 9 วิธี หยุดทรมานจากอาการปวดศีรษะมาฝาก

1. 6.30 น. : ออกกำลังกายรับวันใหม่

การออกกำลังกายทุกวัน นอกจากจะช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ดีและร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะอีกด้วย ผลการศึกษาจากอาสาสมัครชาวอเมริกันพบว่า คุณผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 30 ขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะต้องรบกับอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง มากกว่าคุณผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่า

2. 9.00 น. : กาแฟหนึ่งถ้วย อาจช่วยคุณได้

หากคุณรู้สึกว่าอาการปวดศีรษะเริ่มจะมาถามหา การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อย่างชาหรือกาแฟอาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เจโรเม่ ดิซอน (Jerome Dwxon) ผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดอาการปวดศีรษะ แนะนำว่าการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่อาจช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ซึ่งในรายที่หยุดบริโภคสารคาเฟอีนแบบเฉียบพลัน จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นได้นั่นแสดงให้เห็นว่า สารคาเฟอีนมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดศีรษะจริง

3. 11.45 น. : บรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ

เมื่อนั่งทำงานได้สักพักใหญ่ ๆ คุณคงจะเริ่มรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอที่จะรู้สึกตึงเป็นพิเศษ วิธีบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ คือคุณควรยืดตัวตรง เอียงหูไปทางไหล่ซ้ายและไหล่ขวาช้า ๆ ทีละข้างแล้วจึงมองขึ้นข้างบนสลับกับข้างล่าง ทำซ้ำแต่ละท่าประมาณ 4-5 ครั้งต่อ 1 เซ็ต และหาโอกาสทำให้ได้ 3 เซ็ต ใน 1 วัน

4. 13.00 น. : คลายเครียดระหว่างวันด้วยแสงสว่าง

ใครจะรู้ว่าแสงสว่างในออฟฟิศมีผลต่ออาการปวดศีรษะเช่นกัน โดยเฉพาะแสงจากหลอดไฟที่สว่างไม่เพียงพอ หากคุณปรับแสงให้เหมาะสม จะช่วยลดอาการปวดศีรษะได้ นอกจากนี้คุณควรเดินออกไปสูดอากาศภายนอกออฟฟิศบ้าง เพื่อพักสายตาให้คลายความเหนื่อยล้าจากการมองจอคอมพิวเตอร์ แต่หากแสงสว่างภายนอกจ้าเกินไป ก็อย่าลืมใส่แว่นกันแดดด้วยนะ

5. 15.00 น. : จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสม ลดความปวดเมื่อย

ถ้าคุณต้องนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะทั้งวัน ต้องแน่ใจว่าโต๊ะทำงานของคุณอยู่ในตำแหน่งที่จะไม่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ตำแหน่งที่ถูกต้องคือโต๊ะของคุณจะต้องสูงระดับหน้าอก แทนที่จะอยู่ในระดับเอวของคุณ เพราะการจัดวางโต๊ะในระดับนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องโน้มตัวมากจนเกินไป ทำให้นั่งสบายขึ้น และคุณควรพยายามนั่งหลังตรง ๆ ด้วย

6. 16.00 น. : ทานอาหารว่างที่มีประโยชน์

ถ้าคุณมีแนวโน้มว่าจะปวดศีรษะ ควรทานอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น อาหารว่างเพื่อสุขภาพ เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และควรหลีกเลี่ยงอาหารปรุงสำเร็จที่มีส่วนผสมของผงชูรส ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ

7. 20.00 น. : วิตามินบีเสริม ลดความรุนแรงจากอาการปวดศีรษะ

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อไม่นานมานี้พบว่า การทานอาหารเสริมที่ประกอบไปด้วยวิตามินบีและโฟเลท (วิตามินในกลุ่มวิตามินบีที่ละลายน้ำได้) ช่วยลดความรุนแรงจากอาการปวดศีรษะข้างเดียว หรือไมเกรนได้อย่างมาก นักวิจัยเชื่อว่าการทานวิตามินจะช่วยลด Homocysteine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีผลต่อการอุดตันของหลอดเลือดในสมอง

8. 21.00 น. : ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำหรือ Dehydration และอาการปวดศีรษะในวันรุ่งขึ้นซึ่งเกิดจากการเมาค้าง ภาวะร่างกายขาดน้ำนั้น เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการปวดศีรษะ ดังนั้นการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยให้คุณหายปวดศีรษะได้

image description

 

9. 23.00 น. : นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ห่างไกลไมเกรน

การนอนหลับพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงจะช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะการปวดศีรษะเรื้อรังได้ เพราะการพักผ่อนนอนหลับมีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดศีรษะโดยตรง หากคุณพักผ่อนเพียงพอก็จะช่วยลดความถี่ในการปวดศีรษะลงได้

กลยุทธ์สู้กับอาการปวดศีรษะทั้ง 9 ข้อที่คุณสามารถทำได้ตลอดทั้งวัน นอกจากจะช่วยให้อาการปวดศีรษะหนีหายไปแล้ว ยังทำให้คุณมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพใจที่แจ่มใสอีกด้วย เรียกได้ว่าสุขภาพดีครบสูตรเลยทีเดียวค่ะ

Load More Related Articles
Load More By Update
Load More In ทั่วไป