เมื่อโดนด่าเยอะๆ…ควรโต้กลับอย่างไรให้เป็นดั่ง “ผู้ที่เจริญแล้ว”

1 second read
380

ไม่ฟูกับคำชมและไม่จมกับคำด่า เพราะเป็นแค่เสียง

ทุกสิ่งทุกอย่างมีเกิดแล้วก็ต้องมีดับไป

เช่นเขาด่าเราแล้ว เดี๋ยวเขาก็ต้องหยุดด่าเอง เขาไม่มีกำลังที่จะด่าไปตลอดเวลา ปล่อยให้เขาด่าเราให้เต็มที่เลย เเล้วเดี๋ยวเขาก็หมดกำลังไปแล้วเขาจะไม่กลับมาด่าเราอีก เพราะรู้ว่าด่าแล้วไม่ได้อะไร ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเดือดร้อนหรือวุ่นวายใจกับคำด่าของเขา

เขาด่า เราก็ฟังเขาด่า

ความจริงเขาก็ไม่ต้องการอะไร ต้องการระบายความรู้สึกที่มีอยู่ภายในใจของเขา เหมือนเราระบายความรู้สึกของเรา เราไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาฟังหรือไม่ฟัง เขาชอบหรือไม่ชอบ เราไม่สนใจ เราเพียงแต่อยากระบายความคับแค้นที่ออกจากใจเราเท่านั้นเอง พอระบายหมดไปแล้วก็ไม่รู้จะระบาย ถ้าไม่ได้ระบายอาจจะระเบิดขึ้นมาได้ ถ้าไม่ได้พูดเดี๋ยวจะเอาปืนมายิ่งเรามาฆ่าเราก็ได้ เหมือนกับกาน้ำน้ำที่เราต้มน้ำ ถ้าเราไม่มีรูให้ไอน้ำมันออกมา เดี๋ยวกาน้ำจะต้องระเบิด

ถ้าเขาอยากจะด่าอยากจะระบายความเครียดแค้นความโกรธ ไม่พอใจของเขาออกมา

ก็ปล่อยเขาพูดออกมา

ก็ดีแล้วปล่อยเขาพูดดีกว่าเขามาตีเรา เขาด่าเราดีแล้วเขาไม่ตี เขาตีเราก็ดีแล้วที่เขายังไม่ฆ่าเรา ให้คิดอย่างนี้แล้วเราจะอยู่นิ่งเฉยได้ เราจะไม่เดือดร้อนกับการกระทำต่างๆของคนทั้งหลาย ไม่ว่าจะชมก็ไม่ได้ตื่นเต้นดีอกดีใจ คำชมก็เป็นเสียงเหมือนกัน คำด่าก็เป็นเสียงเหมือนกัน ชมแล้วก็หายไปเหมือนกัน ด่าแล้วก็หายไปเหมือนกัน คนฟังก็ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ ไม่ได้วิเศษ ไม่ได้เป็นทองขึ้นมาเวลาเขาชมเราว่าดียังงั้น ดีอย่างนี้ เราก็ไม่ได้เป็นทอง เป็นเพชรขึ้นมา

เวลาเขาด่าเรา

เราก็ไม่ได้เป็นโคลนเป็นตมตามที่เขาด่า เราก็ยังเป็นคนเดิมอยู่ เหมือนเดิมอยู่ทุกอย่าง แล้วเราไปตื่นเต้นดีใจเสียใจกับการชมกับการด่าของคนอื่นทำไม ก็แสดงว่าเราโง่ เราไม่รู็จักรักษาใจของเราให้อยู่อย่างสุข อย่างสบาย เราต้องเป็นเหมือนจิ้งหรีดให้เขามาปั่นอยู่เรื่อยๆ เวลาเขาปั่นเรา เราก็ร้องกรี๊ดๆขึ้นมาดีอกดีใจขึ้นมา เวลาเขาด่าเราก็ร้องห่มร้องไห้ขึ้นมา แล้วเราได้อะไรจากการด่าการชมของเขา เราก็ยังเป็นคนเดิมอยู่เหมือนเดิม
ดังนั้น เราควรมาฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้ฉลาด ให้เป็นหินให้มีความหนักแน่น

ไม่ให้สะทกสะท้านกับสิ่งต่างๆทั้งหลายในโลกนี้ เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นร่างกายไม่ได้เกิดขึ้นกับใจ

ใจแค่เพียงอาศัยร่างกายเพื่อมารับรู้เหตุการณ์ต่างๆ

เหมือนกับเราดูภาพยนตร์ เราไม่ได้อยู่ในจอภาพยนตร์

เหตุการณ์ในจอภาพยนต์ไม่เกี่ยวกับเรา เราเพียงรับรู้เท่านั้น”

ส่วนหนึ่งจาก ธรรมะบนเขา วันที่ 22 ธันวาคม 2556

ผลกรรมจากการชอบด่าและใส่ร้ายคนอื่น

การให้ธรรมะเป็นทาน เหนือการให้ทานทั้งปวง

คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก เป็นกรรมทางวาจา มีผลร้ายแรงมาก

หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ

มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล ท่านว่าคนส่วนมากมัก

สร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม

เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไรคำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มี

บางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกัน

จนไปถึงฆ่ากันตายก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ มีเรื่องเดือดร้อน

หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเราแต่เราไม่ว่า

หรือด่าเขาตอบ มันก็จะไม่มีเรื่องกันแต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่ ท่านสอนศิษย์

เสมอว่า อย่าไปพูดทำลายความหวังของใครเขา เพราะนั้นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่เขามีอยู่

ถ้าแกไปพูดเข้าเมื่อไหร่ กรรมใหญ่จะตกแก่ตนเอง ท่านบอกไว้อีกว่า คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น

รวมไปถึงการพูดไม่ดีต่าง ๆ กับคนอื่นนั้น กรรมจะมาเร็วมาก

เขาผู้นั้นจะเป็นคนที่มีศัตรูทั้งภายนอก และภายใน ไม่เป็นที่รักของคนทั่วไป ตรงกันข้ามกับเป็นคนที่น่ารังเกียจแก่คนทั้งหลาย กรรมนี้

จะทำให้เขามีเรื่องและเดือดร้อนอยู่เสมอ ๆ ทั้งทางกายและทางใจ บางคนทำกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ

อย่างไม่รู้ตัว พอกรรมดีที่ตนเคยสร้างมาแต่ปางก่อนหมดหรือเหลือน้อยลง กรรมชั่วที่สร้างนี้

ก็จะสนองเขาอย่างหนักทั้งในภพนี้และภพหน้า ในภพนี้เวลาที่กรรมดีแต่ปางก่อนจะส่งผลให้มีความสุข

หรือมีโชคลาภ กรรมชั่วก็จะเข้ามาตัดรอนกรรมดี เหมือนอย่างเขาผู้นั้นซื้อหวยเลข 56

หวยก็จะออกเลข 55 หรือ 57 บางทีก็ติดต่อการค้าหรืองานต่าง ๆ มองเห็นอยู่ว่างานนี้ได้แน่นอน

แต่พอถึงเวลาก็ไปไม่ทันบ้าง ไปแล้วไม่เจอหรือมีเหตุต่าง ๆ มาทำให้มีอุปสรรคอยู่เสมอ ๆ

ซึ่งที่จริงแล้วผู้นั้นจะมีโชคที่ควรได้ประมาณเป็นล้าน ๆ เขาก็จะได้แค่หมื่นสองหมื่น หรือโชคครั้งนี้

จะได้หลายหมื่นแต่เขากับได้เพียงไม่กี่พันบาท หรือเพียงได้ไม่กี่ร้อยเท่านั้นเอง นี้เป็นเพราะกรรมชั่ว

เข้ามาตัดรอนกรรมดีและรวมถึงญาติพี่น้องลูกหลาน เขาเหล่านั้นก็จะทำความเดือดร้อนเสียหายมาให้

มีพี่น้องหรือญาติไปจนถึงเพื่อนฝูง ก็จะโกงทรัพย์สินเงินทองของเราบ้าง บางครั้งก็พูดใส่ร้ายให้โทษ

ด่าว่าทะเลาะวิวาท ทำให้เราไม่สบายกายและสบายใจเป็นอย่างมาก มีเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ

อยู่ตลอดเวลาอย่างไม่จบสิ้นมีลูกหลานก็จะดื้อด้าน ว่านอนสอนยาก ทำความเดือดร้อนให้เสียเงินทอง

อยู่มิได้ขาด ว่ากล่าวลูกหลานไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพนับถือ ลูกหลานบางคนก็จะอกตัญญูตนเอง

มักจะเดือดร้อนด้วยการเป็นโรคร้ายที่รักษายากหรือรักษาไม่หาย เช่น อัมพฤต อัมพาต มะเร็ง

เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคร้ายต่าง ๆ อีกมากมายหลายชนิด หลวงปู่ท่านบอกไว้ว่า

กรรมทางวาจามีผลร้ายแรงมาก การที่เราพูดใส่ร้ายหรือพูดไม่ดีจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและเสียใจ

หรือไปพูดทำลายความหวังต่าง ๆ ของเขาถ้ารู้ตัวให้หยุดเสียถ้าไม่หยุดหรือเลิกทำเสียกรรม

ไม่สนองแต่ในชาตินี้ พอตายลงไปยังต้องไปใช้กรรมยังนรกตามขุมต่าง ๆ อีก

ท่านจะพูดและสอนศิษย์อยู่เสมอว่า “คนดีเขาไม่ตีใคร” ความหมายว่าคนดีไม่ตีใคร ไม่ใช่เอาไม้

หรือของแข็ง ๆ ไปตีเขา แต่ท่านไม่ให้พูดจาไม่ดีด่าว่าใส่ร้ายทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหายและ ” ทุกข์ใจ”

ขอขอบพระคุณที่มา: พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต และ palungjit.org

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ข้อคิด