ไม้เท้าใช้ยันกาย ดีกว่าได้ลูกหญิงชายชั่ว

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ได้ยินว่า พราหมณมหาศาล ในกรุงสาวัตถี มีสมบัติประมาณ ๘ แสน ทำการแต่งงานแก่บุตร ๔ คนผู้เจริญวัยแล้ว ได้ให้ทรัพย์ ๔ แสน

ต่อมา เมื่อพราหมณี ผู้เป็นภรรยา ของพราหมณมหาศาลตายไป พวกบุตรจึงปรึกษาพร้อมกันว่า ‘หากพ่อของเรานี้ จักนำนางพราหมณีคนอื่นมา ด้วยอำนาจแห่งบุตร ที่เกิดในท้องของนางพราหมณี ตระกูลก็จักถูกทำลาย เอาเถิดพวกเรา ช่วยกันสงเคราะห์พ่อ’

ลำดับนั้น พวกบุตรพากันบำรุงพราหมณมหาศาลนั้น ด้วยปัจจัยมีอาหารเครื่องนุ่งห่มเป็นต้นอันประณีต ทำกิจมีการนวดฟั้นมือและเท้าเป็นต้น ครั้นบำรุงแล้ว วันหนึ่ง เมื่อพราหมณมหาศาลนั้น นอนหลับกลางวันแล้วลุกขึ้น พากันนวดฟั้นมือและเท้า พลางพูดถึงโทษ ในการอยู่ครองเรือนต่าง ๆ วิงวอนว่า “พวกผมจักบำรุงคุณพ่อโดยทำนองนี้ตลอดชีวิต ขอคุณพ่อโปรดให้ทรัพย์ที่ยังเหลือแก่พวกผม”

พราหมณมหาศาลได้ให้ทรัพย์แก่บุตรคนละแสน แบ่งเครื่องอุปโภคทั้งหมดให้เป็น ๔ ส่วน มอบให้ เหลือไว้เพียงผ้านุ่งห่มของตน บุตรคนโต ทำนุบำรุงพราหมณมหาศาลนั้น ๒-๓ วัน

ต่อมาวันหนึ่ง ลูกสะใภ้นั้นอยู่ที่ซุ้มประตู พูดกับพราหมณมหาศาลนั้น ผู้อาบน้ำแล้วเดินมาอยู่ อย่างนี้ว่า “ทรัพย์ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ที่คุณพ่อให้แก่บุตรคนโต ยิ่งกว่าบุตรทั้งหลายมีอยู่หรือ คุณพ่อ ให้ทรัพย์แก่บุตรทุกคน คนละ ๒ แสนมิใช่หรือ ไฉนคุณพ่อจึงไม่รู้จักทางแห่งเรือนของบุตรที่เหลือเล่า”

แม้พราหมณมหาศาลคุกคามนางว่า “อีหญิงถ่อย เจ้าจงฉิบฉาย” โกรธแล้ว ได้ไปยังเรือนของบุตรคนอื่น โดยกาลล่างไป ๒-๓ วัน พราหมณมหาศาล ถูกลูกสะใภ้อื่น ให้เตลิดไปจากเรือน ด้วยอุบายนี้เหมือนกัน

เมื่อพราหมณมหาศาล ไม่ได้การเข้าไปแม้ในเรือนของบุตรได้ จึงบวชเป็นชีปะขาว เที่ยวหาอาหารอยู่ โดยกาลล่วงไป ร่างกายทรุดโทรมลง เพราะความชรา มีร่างกายเศร้าหมองเพราะอาหารไม่ดี นอนลำบาก เที่ยวหาอาหารอยู่กลับมา ทอดหลังนอนสู่ความหลับแล้ว ลุกขึ้นนั่งมองดูตน จึงคิดว่า “ได้ยินว่า พระสมณโคดมไม่สยิ้วพระพักตร์ มีพระพักตร์เบิกบาน ตรัสถ้อยคำไพเราะ ทรงฉลาดในการต้อนรับ เราอาจเข้าไปหา พระสมณโคดมแล้ว ได้รับการต้อนรับ” เขาจัดแจงผ้านุ่ง ผ้าห่มเรียบร้อยแล้ว หยิบภาชนะเพื่ออาหาร ถือไม้เท้า ได้ไปยังสำนักของพระผู้มีพระภาค

ครั้งนั้น พราหมณมหาศาล ได้เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับพราหมณมหาศาลนั้นดังนี้ว่า “พราหมณ์ ทำไมท่านจึงดูเศร้าหมอง นุ่งห่มก็เศร้าหมอง”

พราหมณมหาศาลกราบทูลว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ บุตรของข้าพระองค์ ๔ คนในบ้านนี้ คบคิดกับภรรยาแล้ว ขับข้าพระองค์ออกจากเรือน”

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ถ้าอย่างนั้น ท่านจงเรียนคาถานี้ เมื่อหมู่มหาชนประชุมกันที่สภา และเมื่อพวกบุตรมาประชุมกันพร้อมแล้ว จงกล่าวว่า

“เราหลงชื่นชมและปรารถนาความเจริญแก่บุตรเหล่าใด บุตรเหล่านั้นคบคิดกับภรรยารุมว่าเรา ดุจสุนัขรุมเห่าสุกร

ได้ยินว่า บุตรเหล่านั้นเป็นอสัตบุรุษผู้ลามก ร้องเรียกเราว่าพ่อ ๆ บุตรเหล่านั้น เหมือนยักษ์แปลงร่างมาเกิดเป็นบุตร ละทิ้งเราผู้เข้าสู่วัยชราไว้

บุตรเหล่านั้น กำจัดคนแก่ผู้ไม่มีสมบัติ ออกจากที่อาศัยหากิน ดุจม้าแก่ที่เจ้าของปล่อยทิ้ง ฉะนั้น บิดาของบุตรผู้เป็นพาล เป็นผู้เฒ่า ต้องขอเขากินในเรือนผู้อื่น

ว่ากันว่า ไม้เท้าของเรายังดีกว่า พวกบุตรที่ไม่เชื่อฟังจะดีกว่าอะไร เพราะไม้เท้าใช้ป้องกันวัวหรือสุนัขดุ ๆ ได้ ในที่มืดใช้ยันไปข้างหน้าได้ ในที่ลึกใช้หยั่งควานเอาได้ พลาดแล้วช่วยพยุงไว้ได้ด้วยอานุภาพไม้เท้า”

ครั้งนั้น พราหมณมหาศาล ได้เรียนคาถาเหล่านี้ ในสำนักของพระผู้มีพระภาคแล้ว เห็นหมู่มหาชนประชุมกันที่สภา และเห็นพวกบุตรมาประชุมกันพร้อมกันที่สภา ได้ย่างเข้าไปสู่สภานั้นแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ตกลงใจว่า ” กาลนี้เป็นกาลของเราแล้ว ” จึงเข้าไปสู่ท่ามกลางสภา ชูมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าประสงค์จะกล่าวคาถา แก่ท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจักฟังไหม”

เมื่อพราหมณ์เหล่านั้นกล่าวว่า ” กล่าวเถิด ๆ พราหมณ์ ๆ พวกเราจักฟัง” จึงได้ยืนกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า ” ฯลฯ ”

ก็โดยสมัยนั้น หมู่มหาชน มีข้อวัตรธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนี้ว่า “บุตรใดใช้สอยทรัพย์ที่เป็นของมารดาบิดา แต่ไม่เลื้ยงมารดาบิดา บุตรนี้นต้องถูกฆ่า”

เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุให้พวกบุตร ของพราหมณมหาศาล ต้องฟุบลงแทบเท้า ของพราหมณมหาศาล วิงวอนว่า “คุณพ่อขอรับ ขอคุณพ่อโปรดให้ชีวิตแก่พวกกระผม”

ทีนั้น พราหมณมหาศาล เห็นบุตรสำนึกผิดก็มีใจอ่อน จึงกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย อย่าให้บุตรน้อยทั้งหลาย ของข้าพเจ้าพินาศเลย พวกเขาจักเลี้ยงดูข้าพเจ้า”

ทันใดนั้น หมู่มหาชน จึงกล่าว กะพวกบุตรของพราหมณมหาศาลว่า “ท่านผู้เจริญ ตั้งแต่วันนี้ไป หากพวกท่านจักไม่ประคับประคองบิดาให้ดี พวกเราจักฆ่าพวกท่านเสีย”

ทีนั้น พวกบุตรของพราหมณมหาศาลกลัวแล้ว เชิญบิดาให้นั่งบนตั่ง ยกขึ้นนำไปสู่เรือนด้วยตนเอง ยังบิดาให้อาบน้ำ ทาน้ำมัน ขัดสีฉวีวรรณ โดยใช้วัตถุของมีกลิ่นหอมเป็นต้นชโลมกาย ยังบิดาให้ห่มผ้าคู่หนึ่ง ยังบริวารให้เรียกพวกนางพราหมณี ผู้เป็นภรรยามาแล้วสั่งว่า “ตั้งแต่วันนี้ไป พวกเธอ จงประคับประคองบิดาของพวกฉันให้ดี ถ้าพวกเธอจักถึงความเลินเล่อแล้ว พวกฉันจักติเตียนพวกเธอ” แล้วยังบิดาให้บริโภคโภชนาหารอันประณีต

โดยกาลล่วงไป ๒ – ๓ วัน พราหมณมหาศาลนั้น ได้อาศัยโภชนาหารดี และมีการนอนที่สบาย มีร่างกายเปล่งปลั่ง มองดูอัตภาพแล้วคิดว่า “สมบัตินี้ เราได้อาศัยพระสมณโคดม” ถือผ้าคู่หนึ่งไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ นั่ง ณ ที่สมควรแล้ว วางผ้าคู่นั้น ลงแทบบาทมูลของพระผู้มีพระภาค ได้กราบทูล ดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพเจ้าชื่อว่าเป็นพราหมณ์ แสวงหาทรัพย์สำหรับอาจารย์ มาให้อาจารย์ ขอพระโคดมผู้เจริญ ผู้เป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า จงรับส่วนของอาจารย์เถิด”

พระผู้มีพระภาค ทรงรับผ้าคูนั้น เพื่ออนุเคราะห์แก่พราหมณมหาศาล ทรงแสดงธรรมโปรด

ในกาลจบพระธรรมเทศนา พราหมณมหาศาลดำรงอยู่ในสรณะแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่โคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ๆ พระโคดมผู้เจริญ ทรงประกาศธรรมโดยปริยายเป็นอันมาก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีบในที่มืด ด้วยตั้งใจว่า ‘คนตาดีจักเห็นรูปได้’ ฉะนั้น

ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญ พร้อมทั้งพระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระโคดมผู้เจริญ โปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า ‘เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ฯ

(มหาสาลสูตร สํ.ส. ๑๕ / ๒๘๘ มจร./ขุ.ธ.อ. ๔๓ / ๒๓๓ มมร.)

(ไม่เท้าใช้ยันกาย ดีกว่าได้ลูกหญิงชายชั่ว)

___ข้าพเจ้า เพลิดเพลิน จำเริญลูก
___เมื่อเขาถูก ภรรยา หาอุบาย
___ยุแหย่ผัว ไล่ข้า เหมือนหมาไน
___ช่างเลวร้าย หนอลูก เมียรุกราน

___เรียกแม่พ่อ ลูกรัก ถูกยักษ์สิง
___มาทอดทิ้ง แม่พ่อ เที่ยวขอทาน
___เหมือนม้าแก่ หมดค่า เวลางาน
___อดอาหาร ถูกพราก จากเจ้าของ

___ไม้เท้าเรา ยังเลิศ ประเสริฐกว่า
___ลูกของข้า ไม่แล พ่อแม่ปอง
___ไม่ประเสริฐ เลิศเท่า ไม้เท้าทอง
___กันหมาจ้อง กัดตัว ทั้งวัวชน

___เมื่อล้มลง ผู้เฒ่า ไม้เท้ายัน
___ให้ลุกพลัน ขึ้นได้ ยันกายพ้น
___ไม้เท้าจึง ดีกว่า บุตราตน
___ไร้ค่าคน ไม่แล พ่อแม่เอย.

cr.พระมหาวาลิน ทนฺตจิตฺโต ขออนุโมทนาบุญกับเจ้าของภาพประกอบธรรมะและบทกวี

 

Load More Related Articles
Load More By Update
Load More In ข้อคิด