12 สัญญาณบ่งบอกว่า ผู้ชายหมดรักคุณแล้ว

3 second read
381

เวลาเปลี่ยนใจคนอาจเปลี่ยนได้ เมื่อวันหนึ่งถ้าอะไรที่เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูด ความรู้สึก ที่มีต่อกันเริ่มจืดจาง สิ่งไหนในตัวคุณซึ่งเขาเคยมองว่าน่ารักแต่วันนี้เขากลับไม่ชอบ เป็นสัญญาณบ่งบอกได้เลยว่าเขาเริ่มที่จะถอยตัวออกห่าง หรือหมดรัก หมดใจกับคุณแล้ว วันนี้จะพาไปดู 12 สัญญาณบ่งบอกว่าผู้ชายเขาหมดใจ หมดรักคุณแล้ว

อาการของผู้ชายที่หมดรักนั้นดูไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย อาการอย่างแรกเลยที่ผู้ชายมักจะเป็นเมื่อไม่มีใจให้แล้วคือ อาการเฉยชา ไอ้อาการเฉยชานี้ ผู้หญิงหลายคนมักจะตีความผิดว่าเวลาพูดกับผู้ชายแล้วเค้าไม่ฟังนั่นคืออาการเฉยชา ทั้งๆที่เค้าอาจจะนั่งทำอะไรอยู่เช่นดูบอล หรืออ่านหนังสือแล้วคุณดันไปพูดเรื่องที่ดูเหมือนไร้สาระในความคิดเค้าเช่น ช้อปปิ้ง หรือความสวยรองเท้าคู่ใหม่ พอผู้ชายเฉยๆ หรือแค่อือๆ ออๆ ก็ตีความไปว่าเฉยชา

หรือผู้ชายจำวันสำคัญไม่ได้ เช่นวันครบรอบเจอกัน วันเกิด หรือวันอะไรก็ตามแต่ ไอ้เรื่องวันแบบนี้ผมขอบอกตรงๆ ว่าผู้ชายส่วนใหญ่นั้น ถ้าไม่ใช่วันสำคัญ เช่นวันปีใหม่ หรือวาเลนไทม์ที่คนเขารู้เรื่องประโคมข่าวกันทั่วบ้านทั่วเมือง รับรองว่าจำกันไม่ค่อยได้หรอกครับ ถ้าคุณอยากได้อะไรในวันสำคัญในวันเหล่านี้คุณควรบอกเขาเป็นนัยๆ แต่เนิ่นๆ ว่า “นี่เธอๆ อีกสามวันจะวันเกิดฉันแล้วนะ” อยากได้อะไรทำอะไรก็บอกเป็นนัยๆ ไป ถ้าผู้ชายเขายังรักคุณอยู่รับรองว่าเขาต้องพยายามไปหาไปทำมาให้ได้ ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้มีราคาสูงหรือยากเย็นเกินกำลังของเขา แต่ถ้าคุณรอเซอร์ไพรส์ รับรองว่าคุณต้องเซอร์ไพรส์แน่ๆ คือเขาจำไม่ได้แล้วปล่อยมันผ่านเลยไป แต่ถ้าวันสำคัญที่คุณเตือนแล้วหรือสิ่งที่คุณต้องการให้เขาช่วยเหลือแล้วเขาไม่ยอมทำให้โดยไม่มีเหตุผล นั่นแหละถึงจะนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉยชา

และนั่นก็จะเป็นที่มาของอาการต่อไปคืออาการเบื่อหน่าย เวลาที่เขาอยู่กับคุณชีวิตของเขาจะซังกะตายเหมือนข้าวโพดแห้ง ชีวิตจะจืดชืดสนิท ทำอะไรแบบเดิมๆ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ ใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ ถามคำตอบคำ แต่อาการนี้จะเปลี่ยนไปเป็นอีกเรื่องนึง ถ้าเขาได้ไปอยู่กับสังคม กับคนอื่น หรือกับเพื่อนเขา เขาจะเฮฮาหัวเราะสนุกสนาน แต่ข้อนี้คุณดูดีๆ เพราะถ้าชีวิตเขาเครียดอยู่กับเรื่องอะไรบางอย่าง หรือนานๆ จะเจอเพื่อนฝูงที เขาก็อาจจะสนุกสนานแบบนั้นได้ แต่ถ้าเวลาเขาอยู่กับคุณใบหน้าเขาไม่มีรอยยิ้มเลย ชวนไปไหนก็ไม่ไปขี้เกียจ หนังก็ไม่ดู ชวนทำอะไรก็ไม่ทำ แต่ถ้าคนอื่นชวนแล้วไปหมด นั่นแสดงว่าอาการเริ่มเข้าขั้นอันตรายแล้ว ควรหาทางปรับความเข้าใจกันเสียใหม่ มิฉะนั้นเรื่องราวจะดำเนินต่อไปถึงขั้นสุดท้ายคือ ผู้ชายจะออกอาการแบบ ทำทุกอย่างตามใจตนเอง ประมาณว่าถ้ารับได้ก็อยู่ รับไม่ได้ก็เลิกไป คือเห็นคุณเป็นแค่วัตถุหรืออะไรสักอย่างที่เกะกะในชีวิต เขาอยากไปไหน เขาก็ไป เขาอยากทำอะไรเขาก็ทำ ไม่ชวน เต็มที่ก็แค่บอกเฉยๆ แต่ถ้าห้ามถ้าไม่ทะเลาะก็ไม่สนใจ ก็ตรู…จะทำ จะทำไม

สัญญาณเตือนที่ 1 เขาไม่ได้โทรศัพท์หาคุณ มาหลายวันแล้ว ถ้าสำหรับคนที่ปกติโทรหากันทุกวัน และจู่ๆ เขาก็โทรหาน้อยลงๆ เรื่อยๆ หรือขาดการติดต่อไป เป็นเวลาหลายวัน นี่เป็นสัญญาณเตือนลำดับแรก ที่จะบอกให้คุณรู้ว่า เขาต้องมีอะไรผิดปกติไปจากเดิมแน่ๆ

สัญญาณเตือนที่ 2 หาเรื่อง ชวนทะเลาะ ถ้าจู่ๆ เขาเกิดไม่พอใจในเรื่องบางเรื่อง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เขาสามารถยอมรับเรื่องเดียวกันนี้ได้ และหนำซ้ำยังหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นโต้เถียง สาดน้ำลายใส่คุณ นี่เป็นสัญญาณเตือน ว่าเขาไม่มีความสุขที่จะอยู่กับคุณแล้ว บางทีคุณอาจจะถามเขาตรงๆ ไปเลยก็ได้ว่า ที่ชวนทะละกันอย่างนี้ เพราะไม่ได้รู้สึกดีต่อกันเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม?

สัญญาณเตือนที่ 3 เขากลายเป็นคน ที่มีเงื่อนงำมากขึ้น อย่างเช่น เขาไม่บอกคุณเหมือนแต่ก่อน ว่าเขากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน ไปกับใคร หรือโทรศัพท์คุยกับใครบ้าง ต้องรอให้คุณถามเอง ถึงจะยอมบอก บางทีเขาเลิกงาน ในวันทำงานแล้ว ก็หายวับ ไปเป็นชั่วโมง ถึงจะติดต่อกลับมา โดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซักนิด

สัญญาณเตือนที่ 4 เขาเลิกพูดไปเลย กับ คำว่า เรา แต่เปลี่ยนมาใช้ แต่คำว่า ผม แทน คุณ เคยนั่งด้วย ด้วยกัน และวางแผนกันว่า เราจะไปเที่ยวด้วยกันนะ – เราจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ ด้วยกันนะ แต่ตอนนี้ เขามาเปลี่ยนเป็นพูดว่า อืม.. ผมจะไปทำไอ้นั่นล่ะนะ พูดถึงแต่ตัวเอง ว่าอยากจะไปทำอะไรคนเดียว แสดงว่า เขาไม่รู้สึกดี ที่อยากจะให้คุณมาทำอะไรร่วมกันอีกแล้ว

สัญญาณเตือนที่ 5 เขาไปเที่ยวกับเพื่อน มากกว่า ให้เวลากับคุณ ถ้าแต่ก่อน คุณเป็นคนแรกที่สำคัญที่สุด ในชีวิตของเขา แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็นว่า คุณต้องทะเลาะกัน เพราะไม่ว่าเวลาไหน เขาก็มักจะไปเที่ยวกับเพื่อนตลอด ความรู้สึก รัก ที่เขามีให้คุณเริ่มลดน้อยลงแล้วล่ะ

สัญญาณเตือนที่ 6 บรรยากาศเงียบเชียบ พูดกันน้อยลง หากคุณเคยกัน ด้วยเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรตั้งมากมาย เรื่องหมูหมากาไก่ เรื่องของคนข้างบ้าน ตลอดจนเรื่องละครหลังข่าว แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็นว่า เขาไม่มีความคิดเห็น ได้แต่ตอบเพียงว่า อืม ใช่ เหรอ จากที่เคยพูดกันเยอะๆ เขาก็แทบไม่อยากจะคุยกับคุณนานๆ

สัญญาณเตือนที่ 7 เพื่อนๆ รอบตัวคุณ เริ่มถามคุณแล้วล่ะว่า ระหว่างคุณกับแฟน มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เพื่อนสนิทคุณ เริ่มสังเกตเห็นความห่างเหิน ระหว่างคุณกับแฟนของคุณ อย่างเห็นได้ชัด และต่างถามคุณด้วยความเป็นห่วงว่า คุณกับเขายังรักกันดี หรือเปล่าเนี่ย

สัญญาณเตือนที่ 8 เขาวิจารณ์หรือตำหนิคุณ มากขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น บอกคุณว่า คุณแต่งตัวไม่สวยเอาซะเลย (ทั้งๆ ที่ นี่มันชุดเดิมที่เขาเคยชมว่าสวยนี่หว่า) หรือตำหนิ คุณในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่เขาเคยชินกับมันมาตั้งนานแล้ว และไม่เคยว่าคุณมากก่อน

สัญญาณเตือนที่ 9 ไม่คิดถึงกัน สัญญาณนี้แน่นอนเลยค่ะ ไม่ใช่แค่การคิดถึงแบบว่าอยากจะเจอหน้าสุดที่รักตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ใช่การส่งข้อความหวานๆ พร่ำเพ้อละเมอหา หรือจะรายงานตัวตลอดทุกๆ ครึ่งชั่วโมง แต่เป็นการคิดถึงเรื่องราวความเป็นไปของอีกฝ่าย อย่างเช่น เดินผ่านร้านอาหารอร่อยๆ คิดอยากที่จะชวนคุณไปกิน เห็นรองเท้า กระเป๋าใบสวยคิดอยากจะซื้อไปฝาก เป็นห่วงเวลาที่ฝนตกกลัวอีกฝ่ายจะกลับบ้านลำบาก นี่คือการ “คิดถึง” ที่จะสอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของคนที่ยังรักกัน

สัญญาณเตือนที่ 10 ไม่อยากเจอ…ถ้าหากว่าในหนึ่งอาทิตย์ คุณและเขามีเหตุที่ทำให้ไม่ได้เจอกัน แต่ดันไม่มีใครรู้สึกทุกข์ร้อนอยากที่จะเจอกันอีกเสียด้วย ทำเหมือนว่า ถ้าหากใครสักคนหายไป ก็อีกหลายวันกว่าจะรู้สึกตัว

สัญญาณเตือนที่ 11 บทสนทนาจืดและฝืด ไม่มีเรื่องที่จะคุยกัน ถกเถียง ปรึกษาปัญหาต่างๆ เวลาที่เจอกัน อยู่ด้วยกัน คุณมักจะได้ยินเสียงความเงียบดังขึ้นมาผิดปกติ ความเงียบที่ไม่ใช่ความสงบ แต่กลับเป็นความหงอยเหงาจืดจาง หรือไม่ คุณก็ต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องอะไรสักอย่างขึ้นมาพูด เพื่อที่จะเติมช่องว่างอยู่เสมอๆ นี่แหละค่ะที่จะสร้างความเบื่อหน่ายในระยะยาว

ญญาณเตือนที่ 12 ลืมวันสำคัญๆ ของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันครบรอบต่างๆ หรือแม้กระทั่งวันวาเลนไทน์ ก็ไม่กระตุ้นเส้นประสาทส่วนไหนเอาซะเลย ยิ่งพอถึงวันปีใหม่ยิ่งทำให้เบื่อหน่าย อยากที่จะทำงานมากกว่าไปเที่ยวด้วยกันซะอีก ที่สำคัญ เมื่อพบว่าอีกฝ่ายก็ลืมวันสำคัญของเราเหมือนกัน แต่เรากลับไม่รู้สึกว่าเค้าทำอะไรผิด หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ เราก็ไม่ได้คาดหวังว่า เค้าจะจำวันสำคัญนี้ได้ด้วยซ้ำ

เมื่อความรักเริ่มจืดจางลงสิ่งที่ควรทำคือการเติมความรักความหวานให้แก่กัน แต่เมื่อทำแล้วยังไม่ดีขึ้น การจากกันด้วยดีคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เพราะจะดึงจะรั้งไว้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ในเมื่อใจของอีกฝ่ายไม่ได้มีเราแล้ว อย่ายืดเวลาที่เจ็บที่จะเสียใจไว้เลย เชื่อว่าสักวันคุณจะเจอรักที่ดีๆ

เคยดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง เรื่อง Hitch ในหนังบอกไว้ว่า ภาษาพูดเป็นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของการสื่อสารทั้งหมด เพราะฉะนั้น ใครที่กำลังแอบรัก แล้วชอบถามว่า “พี่อ้อยคะ ควรบอกเขาไหมว่าเรารู้สึกยังไง” ก็มักจะบอกไปว่า แค่ 20 เปอร์เซ็นต์เองน้อง บางทีเราไม่บอก แต่เขาอาจดูออกตั้งนานแล้ว

ขนาดว่าการพูดกันเป็นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า การพูดนี่ล่ะที่มีผลต่อใจคนไม่ใช่น้อย ทำให้เรารักกันได้มากขึ้น เกลียดกัน ทะเลาะกัน หรือแม้แต่ฆ่ากันให้ตายได้ด้วยคำพูด มีอยู่ศุกร์หนึ่งใน Club Friday เรารับสายคุยกันว่า เคยได้ยินประโยคไหนที่ทำร้ายหัวใจที่สุด 2 ชม.ที่คุยกัน เจอประโยคเหนือความคาดหมายเยอะมาก บางประโยคไม่มีคำไหนหยาบคาย แต่แรงสุดบรรยายจริงๆ บางคำเป็นคำธรรมดา แต่พอเอ่ยมาจากปากคนที่เราให้ความสำคัญ คำๆ นั้นกลายเป็นคำที่ทำให้นั่งร้องไห้ได้ทุกครั้งที่นึกถึง

“ถ้ายังอยากคบกัน ก็ลดความสัมพันธ์จากแฟนลงเถอะ” การเป็นแฟนของฉัน มันเลวร้ายต่อกันขนาดนั้นเลยหรือ

“กลับไปทำตัวให้มีคุณค่าแล้วค่อยมาคบกันใหม่” เล่นเอาคนฟังสงสัย ที่ผ่านมาฉันไม่เคยมีค่าหรือไง

“เธอน่าจะแกล้งโง่เป็นบ้าง เพราะอย่างนี้แหละถึงไม่ได้ตั้งใจที่จะคบตั้งแต่แรกแล้ว” ถ้ารักกันเพราะฉันหลอกง่าย ขอให้เลือกคนอื่นไป และขอให้ได้คนที่โง่กว่า

“บางทีเราน่าจะเป็นแค่เพื่อนกันตั้งแต่แรก” ประโยคงงๆ ปลงๆ ในวันที่เธอดั้นด้นจีบฉันจนติดและคิดอยากจะมาเป็นเพื่อนทีหลัง

“ฉันรักเธอนะ แต่เลิกกับภรรยาไม่ได้” ไม่ว่าจะเลิก หรือจะทน เขาก็มีอีกคนอยู่ดี ถ้ารู้ว่าเขามีใคร เราก็ไม่ควรจะยอมรับได้ตั้งแต่ต้น

“ถ้ายังไม่เจอเขา ฉันคงยังยื้อเธอไปอีกซะพัก” ประโยคเดียวรู้ไปถึงนิสัยดั้งเดิมเลยค่ะ โสดไม่เป็น เห็นแก่ตัว กลัวเหงา เลยดึงเราเอาไว้ฆ่าเวลา

“ถ้ารักกันปล่อยให้ฉันไปมีอนาคตที่ดีกว่านี้เถอะ” สามีใช้ประโยคนี้กับภรรยาที่ทั้งแขนซ้ายและแขนขวา กอดลูกอยู่ ใจร้ายจริงๆ รักกันคือ พันธะไม่ใช่ภาระ อนาคตที่ดีแลกมากับการทิ้งคนในครอบครัว ชีวิตจะเจริญขึ้นหรือเจริญลง คงได้เห็นอีกไม่นาน

“เราขอโทษ เรามีคนอื่นแล้ว ถ้าเราเลือกเธอ คนนั้นเขาจะทิ้งเรา” ฟังดูเหมือนว่าการนอกใจ ไม่ใช่เรื่องผิด ช่วยเห็นใจเขาหน่อยที่ทิ้งเราไป เหตุผลน่าสงสารเหลือเกิน

“ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้มีแฟนใหม่ ก็จะเลือกคนที่คล้ายๆ เธอเนี่ยแหละ” ควรดีใจใช่ไหมว่า ต่อให้ทิ้งกันไป ก็ยังอยากได้คนคล้ายๆ เรา

“เลิกกันเถอะไม่เลิกวันนี้อีกหน่อยก็เลิกกันอยู่ดี” แปลว่าไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า เธอคงตั้งหน้าตั้งตาจะไปจากกันอยู่ดี

“สู้ๆ นะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง” ช่างอบอุ่นอ่อนโยนให้กำลังใจ ถ้าเพียงแต่คนที่พูดไว้ไม่ใช่คนที่บอกเลิกเรา จะทิ้งกันไปยังแอบส่งกำลังใจทำซากพืชซากสัตว์อะไรไม่รู้

“ถ้าเลิกกันแล้ว เรามาเป็นแฟนกันนะ ระหว่างนี้ก็แอบคบกันไปก่อน” ช่างเป็นกิ๊กคุณภาพ ส่วนเกินมืออาชีพจริงๆ

“ป่วยแล้วโทรหาเขาจะช่วยอะไรได้ เขาไม่ใช่หมอ” ได้ยินปั๊บจะรู้ว่าอาการป่วยใจ ช่างเลวร้ายกว่าป่วยกายตั้งเยอะ

“ผู้หญิงคนใหม่เขาเข้าใจฉัน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ที่สำคัญทำให้ฉันลืมแฟนเก่าได้ ในขณะที่คบเธอมา 10 ปี เธอไม่สามารถทำให้ฉันลืมแฟนเก่าได้เลย” ก่อนจะไปยังทำร้ายใจด้วยการโยนความผิด สรุปฉันแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับทั้งแฟนเก่า และแฟนใหม่ของเธอ แต่ก็เผลอคบฉันมาได้ตั้ง 10 ปี

“รักนะ แต่เป็นแบบอื่นไปก่อน” แบบไหนไม่ได้แจ้งไว้ แค่ยังไงก็ไม่ใช่แฟน

“พี่มันไม่ดี พี่มันเลว ก็เลิกกับพี่สิ” อยากไปใจจะขาด แต่ไม่อยากพูดเองใช้วิธีกดดัน

“ถ้าเธอเป็นผู้ชาย ฉันรักเธอไปนานแล้ว” ทอมมากมายเจ็บหัวใจกับประโยคนี้

“ตอนนี้อยากแต่งงาน แต่ไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณนะ” ประโยคบอกเลิกที่งดงามอีกประโยค

“ถ้าในชีวิตมีปัญหาอะไรมากๆ สิ่งแรกที่จะตัดง่ายที่สุดและตัดก่อนก็คือเธอ” ตัดได้เลยตั้งแต่ตอนนี้ ไม่อยากเป็นปัญหาอะไรให้ใครแบกเช่นเดียวกัน

“ขอโทษนะ เรายังอยากมีอิสระอยู่” ถ้าการคบกัน มันทำให้เธอเหมือนติดคุก ก็แยกย้ายไปมีความสุขกันไกลๆ

แฟนเก่าอกหักจากแฟนใหม่ แล้ววันหนึ่ง มาถามกันว่า “เธอทำใจยังไงอ่ะ ตอนที่เราเลิกกัน บอกหน่อยสิ” ตอนเราอ่อนแอไม่เห็นเธอแคร์อะไรจริงๆ

ยังมีอีกสารพัดประโยค ที่ฟังแล้วเหมือนโลกจะแตก บางคำเราก็ยังเพียรจะจำ เพื่อวนเอาคำนั้นมาทำร้ายหัวใจตัวเอง คนหมดใจ พูดอะไรก็ได้ อย่าไปเชื่อมาก อย่าไปสูญเสียความมั่นใจ เขาไป เพราะรักที่มีให้มันน้อยลง แต่คุณค่าในตัวตนของเรายังอยู่ครบ ถ้ายังเลือกกัน เรายังเป็นความสุขของกันและกันก็ดูแลกันต่อไป แต่ถ้าไม่ก็บอกกันตรงๆ ไม่ต้องสรรหาประโยคงงๆ มาบอกกัน เพื่อให้เธอเชื่อมั่นว่าการเลิกกับฉันไม่ใช่ความผิดของเธอ รักกันไม่ทำร้ายกัน และถ้าหมดรักกัน ก็ไม่ต้องหาประโยคไม่สร้างสรรค์ มาทำร้ายหัวใจกันอีกต่อไป.

ดีเจพี่อ้อย thairath
ขอขอบคุณที่มาจาก : IntheSkydreams

Load More Related Articles
Load More By Update
Load More In ทั่วไป