6 วิธีรักแบบไหนให้ใจไม่เจ็บ คนฉลาดต้องรักให้เป็น!

ความรักเป็นสิ่งที่สามารถกำหนดให้เป็นไปในทิศทางที่ดีได้ ดังนั้นมาเรียนรู้ที่จะ “รักให้เป็น” เพื่อจะได้มีความสุขกันค่ะ ไปเช็คกันเลย

1. รู้จักทำความเข้าใจ

ความเข้าใจคือสิ่งสำคัญที่จะต้องมีเพื่อให้ความรักเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา และต้องนึกถึงใจเขาใจเรา

2. ฝึกรักอย่างสมดุล

นั่นคือ รักแบบพอดีๆ ไม่มากเกินไปจนเป็นทุกข์ และไม่น้อยเกินไปจนละเลยความสำคัญของอีกฝ่าย

3. พยายามลดความคาดหวัง

เพราะยิ่งคาดหวังก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายอึดอัด รวมทั้งตัวเราเองจะเสียความรู้สึกด้วย

4. รู้จักยอมรับความแตกต่าง

เรียนรู้และยอมรับความแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่างกันและกัน เพราะไม่มีใครคิด หรือทำเหมือนกันทุกเรื่อง ดังนั้นค่อยๆปรับกันไป

5. เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอรอบตัว ดังนั้นให้ตั้งสติเพื่อรับมือ และพูดคุยกันให้มากขึ้น

6. รู้จักวางตัวให้เหมาะสม

การวางตัวดี ให้เกียรติอีกฝ่ายคือสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดี และในที่นี้ก็รวมถึงการแสดงความรักอย่างเหมาะสมด้วยค่ะ

“รัก” อย่างถูกวิธีทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สุขภาพดีทั้งกายและใจ ดังนั้นควรเรียนรู้ที่จะรักให้เป็นไว้นะคะ ด้วยความห่วงใยจากสุขภาพดี๊ดี

คุณสมบัติของคู่สร้างคู่สม

พื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้สามีภรรยาครองชีวิตกันยืนยาว มีความสุข คือคู่สามีภรรยาต้องมีสมชีวิธรรม ได้แก่

1. สมสัทธา มีศรัทธาเสมอกัน ได้แก่ มีหลักการ มีความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา มีเป้าหมายชีวิตเหมือนกัน

2. สมสีลา มีศีลเสมอกัน ได้แก่ ความประพฤติศีลธรรมจรรยา กิริยามารยาทอบรมมาดีเสมอกัน

3. สมจาคา มีจาคะเสมอกัน ได้แก่ มีนิสัยเสียสละชอบช่วยเหลือ ไม่เห็นแก่ตัว ใจกว้างเสมอกัน

4. สมปัญญา มีปัญญาเสมอกัน ได้แก่ มีเหตุผล มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ดื้อด้านดันทุรัง เข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน พูดกันรู้เรื่อง

วิธีทำให้ความรักยั่งยืน ตามหลักมงคลชีวิต 38 (มงคล ที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา (สามี))

การเป็นสามีภรรยากัน เป็นเรื่องที่จะว่ายากก็เหมือนง่าย แต่ครั้นจะว่าง่ายก็เหมือนยาก เพราะเพียงแต่เราตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรสามีภรรยาจึงจะมีความรักยั่งยืนอยู่กินกันราบรื่นเพียงประเด็นเดียว แล้วลองเที่ยวหาคำตอบดู เถอะ ถามสิบคนก็ตอบสิบอย่าง บ้างก็ว่าเกี่ยวกับดวงชะตาคู่ธาตุ ต้องวางฤกษ์ วางลัคน์ให้เหมาะๆ บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ที่หัวสมัยใหม่หน่อยก็ว่า สำคัญที่แหวนหมั้นขันหมากเงินทุนให้มากๆ เข้าไว้ ความสุขในชีวิตสมรสจะ มีเอง

แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องมงคลสมรสไว้สั้นๆ เพียงคำเดียวว่า สังคหะ แปลว่า การสงเคราะห์กัน และให้ปฏิบัติตามหลักสังคหวัตถุ 4 เพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน ดังนี้

1. ทาน การให้ปันแก่กัน คนเราถ้ารักที่จะอยู่ด้วยกันต้องปันกันกิน ปันกันใช้ หามาได้แล้วควรรวมกันไว้เป็นกองกลางแล้วจึงแบ่งกันใช้ หากไม่เอามารวมกัน อาจเกิดการระแวงกันได้ ที่ใดที่ปราศจากการให้ที่นั่นย่อมแห้งแล้งเหมือนทะเลทราย การปันกันนี้รวมทั้งการปันทุกข์กันในครอบครัวด้วย เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความทุกข์ มีปัญหา ก็ควรนำมาปรึกษากัน อีกฝ่ายก็ต้องรับรู้จักรับฟังและปลุกปลอบให้กำลังใจ

2. ปิยวาจา พูดกันด้วยวาจาไพเราะ แม้การตักเตือนกันก็ต้องระมัด ระวังคำพูด ถ้าถือเป็นกันเองมากเกินไป อาจจะเกิด ทิฐิ ทำให้ครอบครัวไม่สงบสุข โดยถือหลักว่า ก่อนแต่งงานเคยพูดไพเราะอย่างไร หลังแต่งงานก็พูด ให้เพราะ อย่างนั้น

3. อัตถจริยา ฝึกฝนตนให้เป็นประโยชน์ คือ มีความรู้ความสามารถ แล้วนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่นั้นมาช่วยเหลือกัน ประพฤติตนเป็นประโยชน์ต่อกันในทุกด้าน เมื่อรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควร ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง พยายามศึกษาหาความรู้ทางธรรม เอาใจมาเกาะกับธรรมให้มากสามีภรรยานั้นเมื่อทะเลาะกันมักจะโยนความผิดให้อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วย่อมมีความผิดด้วยกันทั้งคู่ อย่างน้อยก็ผิดที่ไม่หาวิธีที่เหมาะสมแนะนำตักเตือนกัน ปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งทำความผิด

4. สมานัตตตา วางตัวให้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น เป็นพ่อบ้านก็ทำตัวให้สมกับเป็นพ่อบ้าน เป็นแม่บ้านก็ทำตัวให้สมกับเป็นแม่บ้าน ต่างก็วางตัวให้ เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งข้อนี้จะประพฤติ ปฏิบัติให้ดี ต้องฝึกสมาธิให้ใจผ่องใสเป็นปกติ เพราะคนที่ใจผ่องใสจะรู้ว่าในภาวะเช่นนั้น ควรจะวางตนอย่างไร ไม่ระเริงโลกจนวางตนไม่เหมาะสม

โดยสรุป คือปฏิบัติตนตามหลักทาน การให้ปันสิ่งของ รักษาศีล เพื่อให้มีคำพูดที่ไพเราะและเพื่ออุดข้อบกพร่องของตน จะได้เป็นคนมีประโยชน์ เจริญภาวนา คือการฟังธรรมและทำสมาธิ เพื่อให้ใจผ่องใสเกิดปัญญา จะได้วางตัวได้เหมาะสมกับที่ตัวเป็น

หน้าที่สามีที่ดี 5 ประการ

1. ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภรรยา

การยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยาอย่างออกหน้าในสังคม ถือว่ามีความสำคัญต่อผู้เป็นภรยา เพราะภรรยาส่วนมากไม่ต้องการเป็นภรรยาแบบหลบๆซ่อนๆ หรือเป็นภรรยาเก็บ แต่ต้องการให้สามียกย่องว่าเป็นภรรยา โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนนามสกุลมาใช้ของสามีแล้ว ก็ยิ่งหวังที่จะให้สามีเป็นที่พักพิง และพึ่งพาได้

2. ไม่ดูหมิ่น

ผู้ที่ดูหมิ่นคนอื่นถือว่าไม่ให้เกียรติกันเป็นอย่างสูง ผู้ที่ไม่ดูหมิ่นน้ำใจภรรยา ไม่ดูหมิ่นในชาติตระกูล ไม่ดูหมิ่นรูปลักษณ์ ไม่ดูหมิ่นสติปัญญา หรือเรื่องต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ เพราะหากมีการดูหมิ่นกันแล้ว ย่อมทำให้เกิดความแครงใจ บาดหมางใจ และที่สุด คือ การเสื่อมศรัทธาในรักของอีกฝ่าย จนนำไปสู่การหย่าร้างของครอบครัว

3. ไม่นอกใจ

การนอกใจ คือ การประพฤติผิดในกาม ทั้งที่เกิดแต่ในใจคิดจะทำ และการกระทำไปแล้วด้วยการล่วงในกามของหญิงอื่นหรือไม่ก็ตาม การความประพฤติเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของภรรยาอย่างสูง จนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง และการเสื่อมในรัก สุดท้าย คือ การหย่าร้างกันในที่สุด แต่หากสามีประพฤติด้วยรักเดียวใจเดียว ย่อมนำมาซึ่งความรักที่ดำเนินต่อไปด้วยดี

4. มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้าน

สังคมไทยมีจารีตให้ฝ่ายภรรยาดูแลงานบ้านงานเรือนเป็นหลัก รวมถึงการดูแลขับสู้แขกเรื่อต่างๆ ที่มักเรียกกันว่า แม่บ้าน กิจนี้สามีให้มอบให้หญิงเป็นผู้ดูแล ด้วยการสนับสนุนเงินทองให้แก่ภรรยาเป็นนิจ อันเป็นค่าใช้จ่ายในงานบ้านงานเรือนต่างๆ

5. มอบของขวัญตามวาระโอกาส

วาระโอกาสต่างๆที่เป็นวันสำคัญของการครองรัก เช่น วันเกิด วันแต่งงาน เป็นต้น สามีที่ดีพึงหาของขวัญมอบให้ ด้วยของขวัญอันหญิงทั่วไปมักปรารถนา เช่น เครื่องประดับ เสื้อผ้า เป็นต้น การให้ของขวัญนี้ย่อมผูกสัมพันธ์ความรักของฝ่ายภรรยาได้

อานิสงส์การสงเคราะห์ภรรยา ( สามี )

1. ทำให้ความรักยืนยง

2. ทำให้สมานสามัคคีกัน

3. ทำให้ครอบครัวมีความสงบสุข

4. ทำให้ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

5. เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

คู่ของคนเราจำแนกไว้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. คู่แท้

คือคู่ที่คบกันแล้วอยู่ดีมีความสุขช่วยกันทำมาหากิน สร้างครอบครัวที่ดี ต่างเป็นกำลังใจให้แก่กัน คู่แท้เมื่อเจอจะรู้สึกได้ทันที่ว่าคือคนที่ใช่ จะมีความรู้สึกบางอย่างที่ส่งออกมาในขณะที่ได้คบกัน บางคนเมื่อเจอครั้งแรกก็รู้สึกคุ้นหน้า เหมือนเคยเจอที่ไหนสักแห่ง หรือบางคนเคยได้เห็นกันมาก่อนแล้วในฝันหรือในนิมิต

เมื่อมีปัญหากันจะมีฝ่ายหนึ่งยอมอ่อนข้อ ยอมเงียบลงไปเอง จะรู้จักลดราวาศอกซึ่งกันและกัน เมื่อเจอคู่แท้จะทำให้ชีวิตก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหมือนมีแรงผลักดันชีวิต หลายคนสามารถเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เมื่อเจอคู่แท้ สามารถปรับปรุงตัวเองยอมเปลี่ยนตัวเอง

คู่แท้จะคอยเสริม คอยให้คำแนะนำเป็นเบื้องหลังที่ดีให้สามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี คู่แท้นั้นเมื่อคบกันแล้วจะไม่มีความรู้สึกลังเล วางแผนชีวิตคู่ต่อเนื่องได้ในระยะยาว ถึงแม้ฝ่ายชาย หรือฝ่ายหญิงจะยังมีปัญหา ยังมีคนเข้ามาข้องเกี่ยว ก็ไม่สามารถจะแยกคู่แท้ออกจากกันได้ คู่แท้เกิดจากคู่ที่เคยร่วมบุญใช้ชีวิตทำบุญร่วมกันยาวนานมาแต่อดีตชาติ หรือคนที่เคยได้เป็นคู่แท้ที่รักกันมากมาแต่ชาติปางก่อน แล้วเคยสาบานว่าจะรักกันไปตลอดตราบชั่วสิ้นชีวิต ตลอดไปข้ามภพข้ามชาติก็จะไม่ขอจากกันไปไหน โดยไม่ผิดสัจจะ เมื่อตายจากกันจะได้เจอและได้ใช้ชีวิตร่วมกันอีก

2. คู่เวรคู่กรรม

คือคู่ที่ตรงข้ามกับคู่แท้อย่างสิ้นเชิง เกิดมาเจอกันเพื่อทำลายกัน เพื่อใช้กรรมให้แก่กันและกัน หรือได้เจอเพื่อต้องรับกรรมที่เคยได้ก่อไว้ บางคนจะเจอคู่เวรคู่กรรมชั่วระยะเวลาหนึ่ง บางคนหลายเดือน หรือเป็นปี หากเคยทำกรรมหนักไว้ก็จะเจอคู่เวรคู่กรรมไปชั่วชีวิตหรือจนตายจากกันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คู่เวรคู่กรรมเมื่อเจอกันจะรู้สึกรักและหลงมากอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งรักก็ยิ่งหลง ตกอยู่ในภวังความรักความหลงจนหูหนวกตาบอดไม่ยอมรับรู้ความจริงที่จะทำให้เจ็บใจหรือรับไม่ได้ ยอมถูกทำร้าย ยอมถูกตบตี ยอมถูกสวมเขา ยอมถูกเหยียดหยามดูหมิ่น ยอมถูกกระทำให้เจ็บปวดใจอย่างหนัก

เมื่อเจอคู่เวรคู่กรรมไม่ว่าจะเจอหนักเท่าไหร่เสียน้ำตาร้องไห้ฟูมหายขนาดไหนจะยังคงยอมรับ ทนได้ และรับได้เสมอ พร้อมให้อภัยทุกอย่าง ขอเพียงอย่าได้ทิ้งกันไปเพราะจะเจ็บปวดใจมากไม่อาจทำใจยอมรับได้ บางคนเปลี่ยนชีวิตจากที่เคยรุ่งเรืองมีชีวิตที่ก้าวหน้าต้องมาจบทิ้งทุกอย่างหมดตัวเป็นหนี้เป็นสิน

จากที่เคยเป็นคนดีมีเหตุมีเหตุมีผลก็กลายเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่ฟังเหตุฟังผลใคร ใช้ชีวิตแบบประชดคู่ประชดตัวเองกินเหล้า เสพยา ติดสารเสพติด ใช้ชีวิตอย่างไม่แยแสกฏหมายสังคม ทำให้บุพการีเสียใจก็เป็นเพราะคู่เวรคู่กรรม คู่เวรคู่กรรมเกิดจากที่เราได้เคยทำกรรม สร้างกรรมไว้ ผิดศีลข้อสามผิดลูกผิดผัวเมียชาวบ้าน เคยเจ้าชู้ทำให้คนรักต้องเสียใจต้องร้องไห้ ยุยงส่งเสริมให้คนเลิกกัน เคยทำร้ายคนที่รักเรารวมถึงบุพการีอย่างหนัก

ทำให้ชาตินี้ต้องมาเป็นฝ่ายรับกรรม ซึ่งก็ไม่เหมือนกันบางคนก็หนักมากบางคนก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อหมดเวรหมดกรรมจะขาดจากกันไปเอง ความรู้สึกหลงหัวปักหัวปำจะค่อยๆ หมดไป เริ่มเห็นความจริงกระจ่างขึ้น ทางแก้เมื่อเจอคู่เวรคู่กรรมคือให้ยอมรับว่าเราได้เคยสร้างกรรมไว้จึงต้องมาเจออย่างนี้ ขออโหสิต่อเจ้ากรรมนายเวรเรื่องคู่ ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นแล้ว หากเคยกระทำกับใครไว้ขอโหสิและจะไม่ทำกับใครอีก ทำบุญทุกครั้งพยายามอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรเรื่องคู่ครอง ปฏิบัติกรรมฐานทำสมาธิภาวนาอุทิศส่วนบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วจะขาดจากกันไปเองด้วยดีโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเสียใจมากนัก

3. คู่บุญ

คู่บุญคือคนที่เคยทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน อาจเคยเป็นเพื่อน หรือเคยเป็นญาติมิตรกันมาก่อน แล้วมีโอกาสได้ไปทำบุญร่วมกันชั่วระยะหนึ่ง หรือยาวนานแต่ไม่นานมากถึงขนาดคู่แท้ที่ใช้ชีวิตครองคู่ร่วมกันตลอด

คู่บุญคือคนที่เคยได้ร่วมบุญ หรือเคยเป็นแฟนคบหากันชั่วระยะเวลาหนึ่ง ที่ยังได้เจอคู่บุญอีกเป็นเพราะก่อนที่เราจะเกิดมาเป็นเรานั้น ได้เคยเกิดมาแล้วหลายชาติ เคยคบหาดูใจเคยได้ร่วมบุญกับคนมากมาย จึงมีโอกาสได้เจอกันอีก คู่บุญจะไม่ทำร้ายกันรุนแรงเหมือนคู่เวรคู่กรรม เมื่อคบหากับคู่บุญแล้ว เมื่อหมดบุญไปจะมีเหตุให้ต้องเลิกจากกันไปเอง เช่นต้องห่างกันไป ห่างตัวต้องออกไปใช้ชีวิตของตนเอง หรือห่างด้วยเรื่องการเรียน เรื่องงาน หรือความไม่ลงตัวกันจึงทำให้ค่อยๆห่างเหินเปลี่ยนความสัมพันธ์ไปจนกลายเป็นเพื่อนสนิท หรือกลายเป็นคนรู้จักกันไป ก็จะทำให้ได้เจอคนใหม่มีชีวิตรักใหม่อีกเหลือเพียงความทรงจำดีๆ

คนเราเกิดมามีคู่บุญมากมาย ในทางโหราศาสตร์สามารถดูได้ว่าจะเจอเมื่อไหร่ ถือว่าเป็นเกณฑ์คู่เล็ก เป็นช่วงมีโอกาสได้ปิ๊งปั๊งเจอคนที่ถูกใจ คนที่ทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ ในปีหนึ่งจะมีโอกาสได้เจอคู่บุญอยู่หลายสิบครั้ง บางคนเดินสวนกันแล้วรู้สึกดีขึ้นอย่างแปลกๆ หรือได้คุยกันแป๊บเดียวรู้สึกเข้ากันได้มาก คู่บุญสามารถต่อยอดให้กลายเป็นคู่แท้ได้ด้วยการต่อบุญอีกในชาตินี้ เมื่อคบกันหากไม่อยากขาดจากกันให้หมั่นสร้างบุญสร้างกุศลร่วมกัน สักเดือนละครั้ง หรือจะมากกว่านั้นแล้วแต่ความสะดวก อย่าให้เกินสามเดือนควรหาเวลาทำบุญร่วมกันอีก ทำไปสักระยะหนึ่งคู่บุญก็จะกลายเป็นคู่แท้ที่จะครองคู่กันไปตลอดไม่ขาดจากกันได้

สูตรการเลือกคู่ของพระพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนถึง วิธีการเลือกคู่ ให้แก่เหล่าชายและหญิงว่า…

1 ควรมีศรัทธาเสมอกัน คือ เลือกคนที่มีความเชื่อเลื่อมใสในศาสนา สิ่งเคารพบูชา ความคิดเห็น จุดมุ่งหมาย ตลอดจนรสนิยมตรงกัน

2 ควรมีศีลเสมอกัน คือ เลือกคนที่มีความประพฤติ ศีลธรรม มารยาท มีพื้นฐานการอบรมพอเหมาะสอดคล้องกัน

3 ควรมีจาคะเสมอกัน คือ เลือกคนใจกว้าง เสียสละ พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น เพราะเมื่ออยู่ด้วยกันก็ต้องเสียสละทั้งทรัพย์สินและความสุขของตน เพื่อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

4 ควรมีปัญญาเสมอกัน คือ รู้จักเหตุ-ผล-ดี-ชั่ว สิ่งที่เป็นประโยชน์ – ไม่เป็นประโยชน์ สามารถใช้ความคิดเพื่อแก้ปัญหาได้…

วิธีจับสังเกตหลักง่ายๆนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์บอกว่า คนดีดูได้ที่ว่า เป็นคนที่ คิดดี พูดดี และทำดีเป็นปกติ คือ ดูสิ่งที่เขาคิด พูด ทำ นั่นเอง บางคนบอกความคิดจะไปดูได้อย่างไร ก็คำพูดและการกระทำมันจะสะท้อนจากความคิด เราจะจับได้ว่าถ้าเขาพูดอย่างนี้แสดงว่าเขาคิดอย่างนี้ เพียงแต่คนที่กำลังชอบพอกันใหม่ บางทีความรักความพอใจมันบังตา เห็นอะไรก็ดูข้ามไปหมด บอกไม่เป็นไร เขารักเราเขาต้องปรับปรุงตัวแก้ไขเพื่อเราได้แน่ๆ เสร็จแล้วก็น้ำตาตกทีหลัง

ถ้าจะสรุปโดยย่อๆเลยก็คือว่า ให้เขาเป็นคนที่มีศีล อย่างน้อยศีล5 แล้วไม่ยุ่งอบายมุข ถ้าชอบกินเหล้าเล่นไพ่ เที่ยวกลางคืนทุกวัน เป็นเสือผู้หญิง เจ้าชู้แต่เอาใจเราเก่งเราเลยชอบ อย่าเด็ดขาด เดี๋ยวเราจะเดือดร้อน น้ำตาเช็ดหัวเข่า เป็นคนชอบโกหก เป็นคนชอบขโมยของเขา คดโกงเขา เป็นคนใจคอโหดร้าย อย่างนี้เราหลีกเลี่ยง อย่างน้อยต้องศีล 5 และอบายมุข อย่างนี้จะไม่พลาด

ขอบคุณข้อมูลจาก : amarinbabyandkids.com
https://www.facebook.com/dhammaforheart/

cr.http://postnet.club/?p=3431

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สสส.