จาก “เด็กบ้านนอกจนๆ” ครอบครัวมีปัญหา อดทนสู้ชีวิตนาน 10 กว่าปี สู่เจ้าของแบรนด์ รายได้หลักล้าน !

จากเด็กบ้านนอกจนๆ พ่อแม่แยกทาง พี่ชายและน้องชายป่วยแขนขาอ่อนแรง ต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิด หาเงินส่งตัวเองเรียน จากพนักงานยืนจัดชิมสินค้าในห้างสู้ชีวิต ล้มลุกคลุกคลานมานาน 10 กว่าปี สู่เจ้าของแบรนด์ รายได้หลักล้าน ละครไทยที่ว่าดราม่า ยังต้องยอมแพ้ให้กับโชคชะตาของ ปวีณา แฝงจันดา (แจ๋วแหว๋ว) ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอนั้นเป็นอะไรที่ดราม่าน้ำตาแตกสุดๆ โดยเธอเล่าว่า พ่อแม่ของเธอรับราชการครู มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 3 คน พี่ชาย 1 น้องชาย 1 คน แจ๋วแหว๋วเป็นบุตรคนที่ 2

เมื่อแจ๋วอายุได้ 9 ขวบ พ่อกับแม่ก็แยกทางกัน ทั้งพ่อและแม่ต่างก็มีครอบครัวใหม่ พ่อกลับไปอยู่บ้านที่อุดร และได้มีภรรยาใหม่ มีลูกกับภรรยาใหม่มีบุตรด้วยกัน  2 คน แม่อยู่ที่กาฬสินธุ์และได้มีแฟนใหม่แต่ไม่ได้มีบุตรด้วยกัน มีเพียงลูกติดสามี 2 คน เท่านั้น แจ๋วและพี่ชายน้องชายอยู่กับแม่ ดีที่พ่อแม่แยกทางกันแบบมิตรภาพ ความเข้าใจกัน ทำให้ทั้งสองคนยังคงติดต่อกันและปรึกษากันเรื่องลูกอยู่ตลอด เนื่องจาก พ่อกับแม่เป็นครู แจ๋วเลยต้องได้ย้ายโรงเรียนบ่อย ระหว่างอุดรและกาฬสินธุ์ เพื่อไปอยู่กับพ่อบ้าง แม่บ้าง

แต่เมื่อแจ๋วอายุได้ 11 ขวบ  พี่ชายและน้องชาย ของแจ๋วทั้ง 2 คน เริ่มป่วย แขน ขา อ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ พ่อและแม่ก็พาไปหาหมอ และหาที่รักษาหลายที่ หลายโรงพยาบาล หลายแขนง แต่ก็ไม่สามารถรักษาได้ หมอได้วินิจฉัยว่า เป็นกรรมพันธุ์ทางพ่อ ถ้ามีบุตรชายจะเป็นทุกคนและจะอยู่ได้ไม่ถึง20 ปี ถ้ามีบุตรที่เป็นผู้หญิงอาจจะปัญญาอ่อน

แต่นับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งคือเธอไม่ได้เป็นอะไรเลย จึงต้องเป็นคนที่รับภาระดูแลครอบครัว เป็นหลักของครอบครัวทุกอย่าง แจ๋วต้องรับภาระดูแลพี่ชายและน้องชายทั้ง 2 คน ตั้งแต่อายุ 11ขวบ ทุกครั้งที่เลิกเรียน จะรีบกลับบ้านมาดูแลพี่ชายและน้องชายที่ไม่สบาย เพราะทั้งสองไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เข้าห้องน้ำ ต้องอุ้ม กินข้าว ต้องป้อน ต้องมีคนดูแลตลอด

ด้วยต่างจังหวัด อาชีพของพ่อและแม่ อาชีพ ครู ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่เมื่อพ่อและแม่มีภาระเยอะที่ต้องดูแลลูกที่พิการ บวกกับทั้งสองหย่าร้างกันและต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่  รายจ่ายที่บ้านเลยเยอะมาก จึงทำให้ทั้งพ่อและแม่กู้หนี้รัฐค่อนข้างเยอะ ทำให้ที่บ้านมีรายจ่ายเยอะทุกเดือน

แต่ด้วยความที่เป็นคนขยันไม่ย่อท้อ แจ๋วจึงต้องตั้งใจเรียนมาก เพื่อไม่อยากเป็นภาระของพ่อแม่ แถมไม่ยอมงอมืองอเท้า ยอมแพ้โชคชะตาเธอเริ่มหางานอดิเรกที่มีรายได้ทำ เช่น ช่วยงานครูในการเปิดสอนพิเศษนักเรียน รับทำรายงาน และประหยัดมากกว่าคนอื่น

เมื่ออายุ 17 ปี พอแจ๋วจบ ม. 6 จึงเลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ ซึ่งแจ๋วทำงานด้วยและเรียนด้วย และตั้งแต่อายุ 17ปีเป็นต้นมาก็ไม่ได้ขอตังที่บ้านใช้ตลอดมา ด้วยเรียน ม รามคำแหง ทำให้สามารถเลือกวิชาเรียน และเวลาเข้าเรียน และจัดตารางเรียนได้

จึงทำให้มีเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้นแจ๋วเริ่มจากทำงานยืนจัดชิมสินค้าในห้าง แบบพาสไทม์ได้ค่าแรงวันละ 275/วัน ทำงานตั้งแต่9 โมง ถึง 4ทุ่ม

ดูเหมือนชีวิตของเธอเริ่มจะดีวันดีคืนเพราะได้ทำงานสะสมประสบการณ์ขายมาเรื่อยๆ ค่าแรงก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และด้วยรูปร่างที่ดี ทักษะการพูด และมีความสามารถในการขาย

เริ่มรับงาน mc และพิธีกร ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เคยทำงานวันเดียว วิ่งงานลูกค้า 3 งาน ได้ค่าจ้าง เกือบ 2 หมื่นบาทในวันเดียวด้วยคะ และจัดตารางทำงาน ตารางเรียนด้วยตัวเอง อย่างเป็นระบบ

เมื่ออายุ 23 ปี ทำให้สามารถส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัย รามคำแหง คณะนิติศาสตร์  และทำงานส่งเงินกลับไปที่บ้าน เพื่อจ่ายค่าจ้างคนที่ดูแลพี่ชายและน้องชายและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่บ้าน

ทำงานทุกอย่าง

พอจบมหาลัย ก็ทำงานด้านพิธีกรงานต่างๆ งานที่หลากหลายมาเรื่อยๆ และงานส่วนมากจะเกี่ยวกับการตลาดและการขาย การให้ความรู้ ด้วยการเรียนรู้เพิ่มเติมและการลงมือทำด้วยประสบการ์ณจริงกว่า 10ปี ทำให้สามารถเข้าใจการทำการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

ด้วยความที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เมื่ออายุ 28 ปีเธอก็ได้เปิดบริษัท J infinity ขึ้น และได้ทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาโดยอาศัยประสบการณ์ที่มีมา ชื่อแบรนด์ เจเทอนี่ JETERNY

ด้วยประสบการณ์ที่มีและเป็นผู้ใช้สินค้าและขายเองจึงอยากส่งต่อสิ่งดีๆให้แก่ลูกค้าทำให้ประสบความสำเร็จมียอดขาย ยอดจองเกิดคาด ทำให้แจ๋วดูแลครอบครัวได้เป็นอย่างดี จากที่หมอบอกว่าพี่ชายและน้องชายจะอยู่ได้ไม่ถึงอายุ 20 ปี ปัจจุบัน อายุ 30 กว่าแล้วคะ

ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำชีวิตของตัวเองให้รวยได้ หากคุณกำลังมองหาแนวคิด แรงผลักดันของชีวิตและเคล็ดลับไปสู่ความสำเร็จ ชีวิตของผู้หญิงคนนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่จะทำให้คุณรู้ว่าคนเราไม่ว่าจะเกิดมาในรูปแบบไหนมีฐานะอะไร คุณก็สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ขอเพียงแค่คุณมีความพยามยามและไม่ยอมแพ้ พร้อมที่จะลุกทุกครั้งที่ล้ม สู้ทุกครั้งที่ท้อ คุณก็จะก้าวไปยืนอยู่ในจุดที่คุณตั้งเป้าหมายไว้ได้

ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก คุณ ปวีณา แฝงจันดา และ เจเทอนี่ JETERNY

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ทั่วไป