เป็นทุกอย่างให้ลูก!! เปิดใจคุณพ่อแปลงกายเป็นคุณแม่…’ผมไม่อาย’ เพราะอยากให้ลูกมีความสุข

บุกไปถึงบ้าน! เปิดใจ ‘คุณพ่อแปลงกายเป็นคุณแม่’ …’ผมไม่อาย’ เพราะอยากให้ลูกมีความสุข

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก กรภัทร สุขหอม โพสต์คลิปวิดีโอคุณพ่อแปลงกายเป็นคุณแม่ให้ลูกได้กราบในวันแม่ภายในงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2561  ที่ทางเฟซบุ๊ก โอโซน อิ่มซัม โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “แม่หม้ายลูกสอง..ต้องทำได้ทุกอย่างค่ะ” โดยภาพดังกล่าว เป็นคุณพ่อท่านหนึ่งสวมกระโปรงเป็นผู้หญิง แปลงกายให้ลูกชายทั้ง 2 คนไหว้ เนื่องจากโรงเรียนจัดกิจกรรมไหว้แม่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้


ทั้งนี้ คุณพ่อแปลงกายเป็นคุณแม่ รายนี้คือ นายฉัตรชัย ปานอุทัย อายุ 32 ปี เจ้าของร้านยางนทีการยาง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบิดาของด.ช.อภิวิชณ์ ปานอุทัย หรือ น้องโอโซน อายุ 5 ปี และ ด.ช. อภิวรรธน์ ปานอุทัย หนือ น้องอิ่มซำ อายุ 3 ปี

.

.

.

.

นายฉัตรชัย เปิดเผยว่า ตนเคยแต่งงาน และแยกทางกับภรรยามา 3 ปีแล้ว มีบุตรชาย 2 คน เมื่อทางโรงเรียนจัดกิจกรรมวันแม่ ตนไม่อยากให้ลูกมีปมด้อย และต้องการให้ลูกมีความสุขจึงไปร่วมงานในฐานะแม่

“ผมเอาเสื้อของแม่ผมใส่ไปร่วมงาน ซึ่งผมไม่อายเพราะรักลูก และไม่อยากให้ลูกเกิดปมด้อย ซึ่งเพื่อนผมถ่ายรูป และคลิปไว้ก็ไม่นึกว่าจะเอาไปโพสต์ลงโซเชียล ก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจ เยอะเหมือนกัน ผมก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ผมจะทำหน้าที่ของพ่อและแม่ให้ดีที่สุด จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคมต่อไป”

ชมคลิป

Posted by Kornpat Ae Sukhom on Thursday, 9 August 2018

พระคุณพ่อ-พระคุณแม่

คนเราทุกคนเมื่อเกิดมาแล้ว จะมีพระผู้ให้อยู่ ๒ ท่านคือ พระคุณพ่อ และ พระคุณแม่ ท่านทั้งสองจะเป็นผู้ให้เราตั้งแต่เกิดโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ เลยเพียงเพื่อให้ลูกนั้นเติบโตมีความสุข มีการศึกษา และเป็นพลเมืองดีดังคำกล่าวที่ว่า

– พ่อแม่เป็นพระพรหมของลูก กล่าวคือ มีความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

– พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก กล่าวคือ สอนให้พูด และอบรมความรู้เบื้องต้นให้เลือก – พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก กล่าวคือเป็นผู้มีอุปการะมากมีพระเดชพระคุณมากเป็นเนื้อนา

บุญของลูก และเป็นผู้ควรรับการนมัสการจากลูก

ถ้าเปรียบพ่อแม่ดั่งเทียนไขแล้ว พ่อแม่บางคนต้องลุกจุดไฟเผาตนเองตั้งแต่เช้ามืด เพื่อออกไปทำงานหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว และเก็บไว้ส่วนหนึ่งเป็นค่าตำราทุนการศึกษาให้แก่ลูก

พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของเรา สรุปโดยย่อ คือ

๑. เป็นต้นแบบทางกาย คือ การที่เราเกิดมาได้ก็เพราะต้นแบบ คือ มีพ่อกับแม่ถ้าไม่มีท่านทั้งสองเราก็ไม่สามารถเกิดมาได้ อีกทั้งท่านยังเป็นต้นแบบที่ดี คือความเป็นมนุษย์ จึงทำให้เราเกิดมาเป็นมนุษย์ด้วยเพราะถ้าพ่อแม่ของเราเป็นสัตร์ เราก็จะเกิดเป็นสัตว์ด้วย

โชคดีที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้ร่างที่ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย เพราะสามารถใช้ความรู้ความสามารถประกอบคุณความดีได้เต็มที่ ทั้งนี้ก็เพราะเรามีพ่อแม่เป็นต้นแบบทางกายให้นั่นเอง

๒. เป็นต้นแบบทางใจ คือ ให้ความอุปการะเลี้ยงดู ฟูมฟัก ทะนุถนอม อบรมสั่งสอน ปลูกฝังกิริยามารยาท ให้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมแก่ลูก

พระคุณพ่อแม่เป็นต้นแบบทางกายให้เรา ก็นับว่ามีพระคุณมากแล้ว ยิ่งท่านอบรมเลี้ยงดูเรามา เป็นต้นแบบทางใจให้ด้วย ก็ยิ่งมีพระคุณมากเป็นอเนกอนันต์ พ่อแม่บางคนทำงานหามรุ่ง-หามค่ำ อาบเหงื่อตากน้ำสุดแสนจะเหนื่อย แต่ก็ต้องทนลำบากเพื่อลูก เปรียบดั่งเทียนไข เมื่อเริ่มจุดไฟแล้วเทียนเล่มนั้นจะค่อย ๆ ละลายตังเองลงไปทุกวินาที เทียบบางเล่มยังคงสว่างไสวอยู่มาก เปรียบดั่งพ่อแม่อยู่ในวัยกลางคนแล้ว และเทียนบางเล่มที่ริบหรี่ลงเมื่อถูกลมพัด เปรียบดั่งพ่อแม่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีปัญหาในการทำงาน แต่ก็พยายามหอบสังขารไปทำงานหาเช้า-กินค่ำเพื่อลูก แต่เทียนบางเล่มได้ถูกพายุร้ายพัดดับลงเสียแล้ว นั่นหมายถึงชีวิตของท่านทั้งสองได้จากเราไปสู่สุคติแล้ว

ดังนั้น เราผู้ซึ่งเป็นลูกจึง ควรมีความสำนึกในพระคุณอันใหญ่ หลวงนี้โดย การตอบแทน พระคุณ ท่านทั้งสอง เปรียบดั่งหนังสือเล่มนี้หากมีความดีอยู่บ้าง ก็ขอมอบความดีเหล่านี้แด ่คุณพ่อคุณแม่ ่ที่ ่เป็นครู คนแรกของลูก( พรจากพระองค์ใดไม่ประเสริฐเท่าพรจาก พระคุณพ่อ-พระคุณแม่ )

(สมเด็จโต พรหมรังสี)

ลูกเอ๋ย…ยามที่พ่อแม่ของเจ้ามีอายุมากขึ้น ย่อมมีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ความแข็งแรงของร่างกายที่เคยมีก็ลดลง ใจน้อยง่าย ความจำก็เสื่อม ขี้หลงขี้ลืม จิตใจก็หมดความสุขสดชื่น ถึงแม้พวกเจ้าจะคอยเอาใจใส่ดูแลใกล้ชิดสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่อาจช่วยให้พ่อแม่ของเจ้ามีความสุขได้เต็มที่ เพราะพวกเจ้าทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้าช่วยท่านให้ได้รับความสุขเพียงการให้กินอยู่หลับนอน อันเป็นความสุขทางกายเท่านั้น แต่จิตใจของท่าน หาได้ร่าเริงสดชื่นผ่องใสไม่ เจ้าจงจำไว้ว่า การให้ความสุขแก่พ่อแม่อย่างแท้จริงก็คือ การให้ธรรมะ ด้วยการสอนหลักธรรมง่ายๆให้พ่อแม่ของเจ้า พาท่านไปทำบุญทำทาน สอนท่านให้รู้จักการปฏิบัติบูชา สวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ธรรมะจะอยู่ในจิตใจของพ่อแม่เจ้าทุกภพทุกชาติ ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด
เจ้าจงจำไว้นะลูกเอ๋ย !…

พระพุทธองค์ตรัสสอนพระมหาคุณอันยิ่งใหญ่ของบุพการีผู้ให้กำเนิดอุ้มชูเลี้ยงดูฟูมฟักจนเติบใหญ่ …
เราผู้เป็นลูกพึงรู้สำนึกในความกตัญญูกตเวทีที่ทดแทนพระคุณในขณะที่ท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่…
มิใช่ทรัพย์สินเงินทอง..มิใช่ความเก่งกาจทรนง …
หรือแม้เราจะควานหาทุกสิ่งจนเจนจบใต้หล้าทั่วแผ่นพื้นปฐพีนี้…
พระพุทธองค์ก็ยังตรัสว่า…ไม่อาจที่จะนำมาทดแทนคุณบุพการีได้เลย …
แล้วมีสิ่งไหนเล่าที่จะทดแทนได้ ?…

.

cr.thairath,FBกรภัทร สุขหอม

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ธรรมะ