ทาง(ไม่)ตัน ไม่ว่าคุณจะเจออยู่กับอะไร ขอให้พร 10 ข้อนี้ จงนำทางคุณเสมอ

1. อย่าแข่งกับคนอื่น แต่จงแข่งกับตัวเอง เพราะคนเราเอาสติปัญญามาไม่เท่ากัน 50% ของเรา เทียบเท่ากับ 100% ของคนอื่นเขา และอย่าเอาคำตอบนี้ มาเป็นข้ออ้างในการหนีปัญหา เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน

2. อยู่ในที่มืดไม่น่ากลัวเท่ากับใจมืด สภาพแวดล้อมไม่ดี ไม่น่ากลัวเท่ากับจิตใจเลวทราม

3. คนเก่งมากมายในโลกนี้ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุเกิดจากทนไม่ได้กับความลำบาก และเอาอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

4. ต่อให้คุณคิดว่าตัวเองโชคร้ายยังไง ขอให้รู้ไว้ มีคนอีกมากมายที่โชคร้ายยิ่งกว่าคุณ พวกเขายังสู้ แล้วทำไมคุณถึงไม่สู้!

5. อุปสรรคและความล้มเหลว คือรากฐานของความสำเร็จ ไม่ใช่ตัวถ่วงความสำเร็จเหมือนที่ใครๆคิด

6. ทางเดินชีวิตของคนเราเหมือนการตีตั๋วเที่ยวเดียวไม่มีตั๋วกลับ เพราะฉะนั้นจงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง เพราะเมื่อพลาดพลั้งบางครั้งมันวกกลับมาแก้ไขไม่ได้

7. หากเมื่อวานและวันนี้คุณยังทำได้ไม่ดี ฟ้าให้โอกาสในชีวิตของคนเราเหมือนกันทุกคน โอกาสที่ว่านี้ก็คือ “วันพรุ่งนี้”

8. เห็นโอกาสในทุกช่วงของชีวิต พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส จงเห็นโอกาสในทุกๆ ปัญหา อย่ามองหาปัญหาในทุกๆ โอกาส

9. สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง คือทุนหลักของการบรรลุสู่จุดหมายที่ตั้งไว้

10. หากต้องการความสำเร็จอย่าวิ่งแข่งกับม้า แต่จงขึ้นขี่ม้า แล้วม้าจะพาคุณไปพบกับความสำเร็จ
…………………………………………………………………….

อย่ากลัวเมื่อเจอทางตัน อย่ากลัวเมื่อหนทางมันคดเคี้ยว เพราะไม่มีใครในโลกนี้ทำอะไรก็สำเร็จดั่งจุดหมายตั้งแต่เริ่มต้น

คนที่รู้จักโลก จะเห็นทางรอดในทุกๆที่

คนที่ไม่รู้จักโลก จะเห็นความยากในทุกๆที่

คนที่รู้จักวาง ทางเดินยิ่งมายิ่งกว้าง

คนที่ไม่รู้จักวาง ยิ่งเดินยิ่งหลงทาง

คนที่เข้าใจชีวิต อยู่ที่ไหนก็สุขใจได้

คนที่ไม่เข้าใจชีวิต อยู่ที่ไหนก็มีแต่ทุกข์ทรมานใจ

ใช้ชีวิตยังไง? เป็นคนยังไง?

เลือกได้ด้วยตัวเราเอง!

จงใช้ชีวิต.. ให้เหมือน ผ้าขี้ริ้ว สละเวลาอ่าน.. แล้วคุณจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

*** ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด

คือการที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูก หลานอยู่สุขสบาย ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้มอยู่เบื้องหลังความ สำเร็จ

*** ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา

คือการที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

*** ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด

คือการฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือ น้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

*** ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้

คือการที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น

*** ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร

คือการที่ยอมอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใดๆ ก็ตาม คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

*** ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด

คือการที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการ มากกว่าเข้าไปบริหาร

*** ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด

คือควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น มีมากที่ผู้น้อยบางคนทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

*** ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้าง ไม่เปราะบาง

คือมีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้ เพื่อให้สำเร็จ มอบประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

*** ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่

คือการที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ตรงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก

เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเรา จะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง

……………………………………………………………………..
แชร์เรื่องดีๆ นี้เป็นกำลังใจให้ผู้อื่นด้วยนะ 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก : fw line ,FW Mail

Load More Related Articles
Load More By Update
Load More In ข้อคิด