ความรักจะทำให้การอยู่คนเดียวของเรา เป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย

เราต่างมีความรัก เพื่อที่จะได้มีใครสักคนอยู่เคียงข้าง ในทุกที่และทุกเวลาที่เราต้องการ แต่ถ้ามีความรักเพื่อที่ต้องอยู่คนเดียว เราจะมีความรักไปเพื่ออะไร?

แทบทุกคนที่มีความรัก มักเชื่อว่า “ความรัก” จะทำให้เราเหงาน้อยลง แต่สำหรับฉัน…ยิ่งฉันรักใครมากเท่าไหร่ ยิ่งกลับกลายเป็นคนขี้เหงามากขึ้น สิ่งที่ฉันเฝ้าย้ำถามตัวเองมาเนิ่นนาน “อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการมีความรัก” ซึ่งไม่ว่าเราจะหาคำตอบมาได้มากมายแค่ไหน สุดท้ายคงหนีไม่พ้นเหตุผลที่ว่า เรามีความรักเพื่อที่จะได้มี “ใครสักคน” เป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างเราในทุกย่างก้าว

“ความเหงา” ที่เข้ามาเยือนเราตอน “โสด” อาจจะเป็นความเหว่ว้าอันน่าหดหู่ แต่ถ้ามีแฟนแล้ว กลับต้องถูกทิ้งให้เหงาอยู่คนเดียวบ่อยๆ มันแย่ยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่า…หรือใครจะเถียง?

ถ้า “ความรัก” ทำให้เรา “มีความสุข…น้อยลง” และทำให้เราอยู่คนเดียวไม่ได้ ไปไหนคนเดียวไม่เป็น ก่อนที่จะโทษคนอื่นลองถามตัวเองก่อนดีไหมว่า…เราคาดหวังจากความรัก…มากไปหรือเปล่า?

ฉันเชื่อว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคนที่กำลังมีความรัก และรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ส่วนใหญ่ก็เป็นเงื่อนไขที่เราสร้างขึ้นมากดดันตัวเองทั้งนั้น เพราะไม่ว่าคนสองคนจะรักกันแค่ไหน ก็คงไม่มีใครสามารถอยู่ใกล้ชิดตัวติดกันได้ทุกวันเวลา คนที่มีความรักแล้วอยู่คนเดียวไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่าต่อให้เขามีความรักอยู่เต็มหัวใจ…แต่ก็ใช้มันไม่เป็น

ถ้าเรารู้จักใช้ “หัวใจ” โอบกอด “ความรัก” เอาไว้ แบ่งปันรักให้คนอื่น…และเหลือมันไว้ให้ตัวเองบ้าง แม้จะต้องอยู่คนเดียวกี่ร้อยวันกี่พันคืน “ความเหงา” ก็ทำอะไรเราไม่ได้อยู่ดี กับคำพูดที่ว่า “คนทุกคนบนโลกนี้ล้วนแตกต่างกัน” บางครั้ง…เราอาจจะเป็นคนขี้เหงาและช่างอ่อนไหว หรือบางที…เราก็แค่มีความมั่นใจไม่เท่ากับคนอื่น

แต่ถ้าเราได้รับโอกาสให้เป็นหนึ่งในบรรดาผู้โชคดีที่ได้มีความรักแล้ว จงภูมิใจกับความรักที่ตัวเองมีอยู่ และจงภูมิใจกับตัวเองมากๆ ด้วย เพราะความรักไม่เคยสอนให้เรา…อยู่คนเดียวไม่ได้ แต่ความรักจะทำให้การอยู่คนเดียวของเรา เป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย…มากที่สุด

ในความเงียบ…เราจะได้ยินคำว่ารักที่เราอยากฟัง…ดังที่สุด
ในความมืด…เราจะมองเห็นภาพความสุขที่เราอยากมี…ชัดที่สุด
ในเวลาที่เราอยู่คนเดียว…เราจะได้เรียนรู้ว่าใครคือคนที่เราคิดถึง…มากที่สุด

จงดูแลรักษาของล้ำค่า 4 อย่างนี้ดีๆ (อายุใกล้ 40ต้องอ่าน)

  • ถ้าทุกคน ได้ทุกอย่าง ได้ดั่งคิด, 
  • สิ้นชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน, 
  • ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง ช่างปะไร, 
  • หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้พอ, 
  • อีกไม่นาน วันผันผ่าน ก็ต้องจาก, 
  • จะมีมาก หรือมีน้อย วัยถอยถอน, 
  • เอาอะไร ไปไม่ได้ นั้นแน่นอน, 
  • วันจากจร เหลือเพียงแต่ แค่ตำนาน, 
  • ก็วันนี้ มีพอกิน มีพอใช้, 
  • ไม่เท่าใคร แต่เพียงพอ ก็สุขได้, 
  • ทำหน้าที่ สมควร ก่อนด่วนไป, 
  • จากเมื่อไหร่ หลับตาได้ ไม่อาวรณ์…

จงดูแลรักษาของล้ำค่า 4 อย่างนี้ดีๆ

1. ร่างกาย เป็นสิ่งเดียวที่จะอยู่ไปกับเราตราบสิ้นชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไร ไม่มีใครจะดูแลเขาได้ดีเท่ากับตัวเรา
2. คู่ชีวิต คือคนที่จะดูแล เข้าข้างและปกป้องเราไปตลอดชีวิต ลงทุนเพียงนิดผลได้ทวีคูณ

3. เพื่อน เพื่อนดีๆมีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินทุกอย่างบนโลก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน จริงใจ ฯลฯ มีเงินก็ซื้อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

4. ทรัพย์สมบัติ ยิ่งอายุมากขึ้น ความสามารถในการหามันเพิ่มจะยิ่งลดลง ดังนั้นต้องรู้จักใช้มันให้คุ้มค่าสูงสุด

ข้อคิดดีสำหรับที่ผู้อายุจะถึง 40 ปี หรือเกิน 40 ปีในอนาคต

คนอายุเกิน 40 ต้องเลิกเอาสุขภาพไปแลกกับความร่ำรวยได้แล้ว มีเงินเท่าไรก็ซื้อสุขภาพคืนมาไม่ได้ ต่อให้มีไร่นามากมายก็กินข้าวได้แค่วันละสามจาน แม้นจะมีคฤหาสน์หลายสิบหลัง ก็ต้องการพื้นที่หลับนอนยามค่ำคืนเพียงแปดตารางเมตร ดังนั้น..ตราบใดที่ยังมีข้าวปลาอาหารกินอย่างเพียงพอ มีเงินพอใช้สอยได้ทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ดีเหลือหลายแล้ว

อายุเท่านี้แล้ว ควรอยู่อย่างเป็นสุข ทุกบ้านต่างก็มีปัญหาของตนเอง อย่ามัวไปคิดเปรียบเทียบ แก่งแย่งแข่งขันกัน ไม่ว่าชื่อเสียง ฐานะในสังคม หรือความก้าวหน้าของงาน ฯลฯ

สิ่งที่ควรจะแข่งกันจริงๆนั้น คือแข่งกันมีความสุข, มีสุขภาพดี และอายุยืนนาน ส่วนอะไรที่เราเปลี่ยนมันไม่ได้ ก็อย่าไปฝังอกฝังใจให้ป่วยการและทำลายสุขภาพตัวเองเลย

หลัง 40 แล้วอย่างนี้ ควรค้นหาหนทางที่จะสร้างชีวิตที่เป็นอยู่ที่เป็นสุข มีอารมณ์ดี คิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสุข นั่นก็หมายความว่าได้ผ่านวันเวลาอย่างเป็นสุขแล้ว

ทุกวันที่ผ่านไปจะสูญเสียไป 1 วัน แต่ถ้ามันผ่านไปอย่างเป็นสุข วันนั้นคือได้กำไร จิตใจที่ดี จะช่วยรักษาโรคภัยได้ ถ้าจิตใจเป็นสุขโรคก็จะหายเร็วขึ้น แต่ถ้าจิตใจทั้งดีทั้งเป็นสุขด้วยแล้วล่ะก็ ความเจ็บป่วยจะไม่มีทางมาแผ้วพานได้เลย

ด้วยอารมณ์ที่ดีแจ่มใสอยู่เป็นนิจ ออกกำลังกายให้เพียงพอ อยู่กลางแจ้งบ่อยๆ กินอาหารให้ครบหมู่ ได้วิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้ก็เชื่อได้แน่นอนว่า ชีวิตที่เป็นสุข อีก 30 หรือ 40 ปี

เหนือสิ่งอื่นใด..ต้องรู้จักบ่มเพาะและเก็บเกี่ยวความสุขดีๆ จากการได้อยู่ ได้เที่ยว ได้คุยกับเพื่อนๆ เพราะเขาเหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกเยาว์วัยและมีความหมายเสม

ขอบรรดาสิ่งดีที่สุดจงบังเกิดแก่คุณ “ความร่ำรวยของชีวิต คือ การสุขภาพที่แข็งแรง”

โปรดเผยแพร่ให้เพื่อนๆ ที่เกิน 40 ไปแล้ว และคนอื่นๆ ที่จะเกิน 40 ในเร็ววันข้างหน้าด้วย..

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ จากหนังสือ : รักมากไปหรือเปล่า? และ People Magazine

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ข้อคิด