มีคนถามว่าทำไมขยันทำบุญ?

มีคนถามว่าทำไมขยันทำบุญ ???

มีคำตอบค่ะแต่เป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์

(โต พฺรหฺมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ

ท่านได้เทศน์เรื่องทำบุญไว้ว่า…

“ทำไมต้องทำบุญ?”

..เพราะบุญ.. เป็นพลังงานที่มีพลังดึงดูด

ความเจริญมาสู่ชีวิต เป็นต้นเหตุแห่งความสุข

ความสำเร็จในชีวิต

..ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตก็มาก

..ถ้าบุญมาก อุปสรรคในชีวิตก็น้อย

..ถ้าบุญอ่อนกำลังลง หรือ บุญหมด

..บาปที่เคยทำไว้ ก็จะได้โอกาส ส่งผล

..ทำให้ชีวิต มีอุปสรรค ต่างๆนานา

..เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีความสุข หมดอำนาจวาสนา เสียชื่อเสียงเกียรติยศ แม้คนที่รักกันก็หมดรัก แม้ทรัพย์ที่มีอยู่น้อยนิด ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้..

..ฉะนั้น..การจะมีทรัพย์สมบัติทุกอย่าง และความสมบูรณ์พร้อมในชีวิต ก็ต้องมีบุญที่มากเพียงพอ

..ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใด ล้วนต้องอาศัยบุญทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยากอยู่แบบ พอมีพอกิน หรือ คิดจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือ พระเจ้าจักรพรรดิ

..แม้กระทั่งปรารถนา ที่จะหมดกิเลส

บรรลุมรรคผลนิพพาน เป็นพระอรหันต์

เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ก็ต้องมีบุญถึง บารมีถึง ถึงจะดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ได้อย่างมั่นคง และมีความสุข

..ด้วยเหตุนี้..

เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะสั่งสมบุญ

..เพราะบุญ คือ เบื้องหลังความสุขความสำเร็จ

ในชีวิตทุกระดับ อย่างแท้จริง..

แชร์เรื่องบุญไปก็ได้บุญ

บุญและทาน ที่บังเกิดมีในการส่งต่อ

ขอให้เป็นอภิมหาบุญ ขอให้ผู้ที่ส่ง มีความสุข

มีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีความสุขกายสบายใจ มีสุขภาพดี ไม่เจ็บไม่จน

ปรารถนาสิ่งใด สมความปรารถนาทุกๆประการ

ขอให้ผลบุญนั้น เห็นผลทันตา ด้วยเทอญ

(อธิษฐาน) สาธุ

แบ่งปันบุญ…เผยวิธีสร้างบุญบารมีให้กับตัวเอง ง่ายๆทำได้ที่บ้าน

แบ่งปันบุญ…เผยวิธีสร้างบุญบารมีให้กับตัวเอง ง่ายๆทำได้ที่บ้าน เวลาถ้าเราทำบุญ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการ ตักบาตรหรือเข้าวัดทำบุญ เป็นส่วนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีเวลา ก็เลยเสียโอกาสในการสั่งสมบุญ บารมี

วันนี้จึงมีเรื่องมาเล่าให้ทุกๆท่านได้อ่านและพิจารณา เผื่อจะได้แง่มุมใหม่ๆในการสร้างบุญกุศล สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพื่อจะได้นำมาปฏิบัติอย่างง่ายๆ เพื่อสั่งสมบุญบารมี มีดังนี้…

1. หากระปุกออมสิน หรือ บาตรพลาสติก ( ร้านสังฆทานต่างๆจะมีขาย ) หรือภาชนะที่สะดวก ในการหยอดเงิน นำมาวางไว้ที่ในห้องพระ หรือหิ้งพระ สำหรับคนที่อยู่คอนโด หรืออพาร์ทเม้นต์ ถ้าไม่มีห้องพระ ให้หารูปพระ มาติดที่ฝาผนังก็ได้

2. ทุกวันให้เราสละเวลา เพียงวันละประมาณ 20-30 นาที สวดมนต์ไหว้พระเวลาไหนก็ได้ที่เราว่าง เราสบายใจ เช้า สาย บ่าย เย็น หรือก่อนนอน โดยเริ่มจากบท

คำบูชาพระ 

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ

คำบูชาพระรัตนตรัย 

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ ๑ ครั้ง)

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ ๑ ครั้ง)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

สังฆัง นะมามิ (กราบ ๑ ครั้ง)

นมัสการพระพุทธเจ้า 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

(ระหว่างนี้ให้นำเงินมาจบเอาไว้ในมือ 1 บาท 5 บาท หรือแล้วแต่สะดวก)

กล่าวบูชาไตรสรณคมน์ 

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

สวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ – อิติปิโสฯ….

สวดบทพาหุงมหากา (ถวายพรพระ) – พาหุงสะหัสฯ…

จากนั้นกลับมาสวดบท พุทธคุณ อีก 9 จบ หรือจะสวดเท่าอายุบวกหนึ่งก็ได้

3. จากนั้นตั้งจิตให้เป็นสมาธิสักระยะหนึ่ง แล้วอธิษฐานจิตจนเสร็จ จึงนำเงินที่จบไว้ในมือ ใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ที่หิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชา แต่อย่าลืม แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลทุกครั้งให้เจ้ากรรมนายเวร(ทำอย่างนี้ทุกวันอย่าได้ขาด)

4. หลังจากนั้น เราก็จะได้บารมีครบถ้วน เพียงแค่สวดมนต์ไม่กี่นาที และสิ่งเหล่านี้ก็จะสะสมในใจเราทีละน้อย เหมือนกับเราเก็บเงินวันละ บาท 10 วันก็ได้ 10 บาท แต่ถ้าเราไม่ทำอะไร เราก็จะไม่ได้อะไรเลย แล้วเงินที่เราหยอดทุกวัน ที่ได้จากการสวดมนต์ ก็เหมือนเราตักบาตรทุกวัน โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เมื่อมีโอกาศเข้าวัด หรือจะไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆ เราก็นำเงินนั้นแหละไปทำบุญ หยอดตู้ ใส่ซอง ทำให้จิตของเราติดอยู่กับบุญกุศล ทุกวัน

1. ทานบารมี ขณะที่เราสวดมนต์เสร็จ เราทำทานคือเอาเงินที่จบใส่ใน กระปุกออมสิน หรืออื่นๆ เป็น ทานบารมี

2. ศีลบารมี ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ในขณะนั้นเราไม่ได้ทำบาปกรรมกับใคร มีศีลอยู่ในขณะที่สวดมี ศีลบารมี

3. เนกขัมมบารมี  ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ จิตของเราปราศจาก นิวรณ์มารบกวนจิตใจ ถือว่าเป็นการบวชใจ ถือว่าเป็น เนกขัมมบารมี

4. ปัญญาบารมี การสวดมนต์ทำด้วยความศรัทธา ทำด้วยปัญญาที่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ช่วยฝึกฝนให้เกิดสติ มีสมาธิเป็น ปัญญาบารมี

5. วิริยะบารมี  ถ้าเราไม่มีความเพียร เราก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นความเพียรเป็น วิริยะบารมี

6. ขันติบารมี มีความเพียรแล้ว ไม่มีความอดทน ความเพียรก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทน ความอดทนเป็น ขันติบารมี

7. สัจจะบารมี  มีความเพียร มีความอดทนแล้ว และมีความจริงใจในการประพฤติปฏิบัติ ซึ่งความจริงใจคือ สัจจะบารมี

8. อธิษฐานบารมี  เมื่อเราสวดมนต์เสร็จ ทำสมาธิ ตั้งจิตอธิฐาน การอธิฐานเป็น อธิษฐานบารมี

9. เมตตาบารมี  ใส่บาตร สวดมนต์เสร็จ ก็ต้องแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล การแผ่เมตตาเป็น เมตตาบารมี

10. อุเบกขาบารมี ขณะที่แผ่เมตตา เราต้องทำใจของเราให้มีเมตตา ต่อสัตว์ทั้งหลาย ทำใจให้เป็นพรหมวิหาร 4 อุเบกขา วางเฉย อโหสิกรรม กับบุคคลที่เราเคยล่วงเกินกันมา ไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร ไม่ชอบใคร ไม่ชังใคร ทำใจให้นิ่ง ทำจิตให้สงบ วางใจให้เป็นอุเบกขา เป็น อุเบกขาบารมี

ขอความมุ่งมั่นโปรดอยู่กับท่าน…………… ขออนุโมทนา ณ ที่นี้ด้วย

ขอบคุณที่มาจาก rugyimjitpensook

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ธรรมะ