11 คำคมเตือนใจ เมื่อคุณต้องเผชิญกับ ‘มรสุมชีวิต’

บางครั้งทุกอย่างในชีวิตอาจไม่เป็นดั่งใจหวัง แม้เราจะพยายามสู้อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเสียอย่างนั้น เราอาจต้องท้อแท้ และคิดว่าตนเองคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเราสามารถพลิกผันสิ่งร้ายๆในชีวิตได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ในครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตจนเกิดท้อขึ้นมา ให้คุณนึกถึงคำพูดเหล่านี้เอาไว้แล้วคุณจะมีกำลังใจมากขึ้น

1. “บางครั้งคุณแค่ต้องไปนั่งพูดคุยกับเด็กน้อยวัย 4 ขวบ และคุณตาวัย 84 ปี เพื่อให้เข้าใจชีวิตอีกครั้งหนึ่ง”

บางทีเราก็มักจะลืมนึกถึงบทเรียนสำคัญๆ ในชีวิตที่สามารถช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากไปได้ แค่เปิดรับมุมมองใหม่ๆ ก็ทำให้เราตอบสนองต่อสถานการณ์รอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว เพราะงั้นครั้งต่อไปที่คุณพบกับปัญหาสารพัด ให้คุณลองไปปรึกษากับเด็กๆ หรือไม่ก็ผู้สูงอายุดู ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจช่วยให้คุณพบทางออกของปัญหา และเปลี่ยนมุมมองต่อชีวิตใหม่ได้เลยนะ

2. ลองจับที่ชีพจรของคุณดู แล้วจงขอบคุณที่คุณยังมีชีวิตอยู่

เมื่อทุกอย่างผิดพลาดไปหมด เรามักจะลืมนึกถึงคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ จำไว้ว่าแม้ในเวลาที่ชีวิตเป็นเหมือนฝันร้าย คุณมีโอกาสที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาดีเหมือนเดิมได้ เพราะคุณยังมีชีวิตและลมหายใจอยู่

3. ให้จำไว้เสมอว่า สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่จุดหมายสุดท้ายของชีวิตคุณ สิ่งที่ดีที่สุดนั้นยังมาไม่ถึง

คุณจึงไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ที่เดิมไปตลอดเพราะคุณไม่ใช่ต้นไม้ เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามใจหวัง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ การก้าวต่อไป เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ตนเอง และก้าวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิต

4. ในยามสุข จงกล่าวขอบคุณและเฉลิมฉลอง แต่พอถึงยามทุกข์ จงกล่าวขอบคุณและก้าวต่อไปข้างหน้า

โลกของเราล้วนมีสิ่งตรงข้ามกัน หากไม่มีความมืดก็ไม่มีแสงสว่าง แน่นอนว่าชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องไม่ดี แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ให้คุณกล่าว “ขอบคุณ” แล้วพลิกวิกฤตนั้นให้เป็นโอกาสในการก้าวไปข้างหน้าดีกว่า

5. บางครั้งสิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต อาจเป็นตัวนำทางเราไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดก็ได้

จงมองให้เห็นถึงความงามในช่วงเวลาอันเลวร้าย และรับรู้ว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ ใช้ประสบการณ์ที่ไม่ดีเป็นตัวช่วยให้คุณเติบโต เรียนรู้ และเปิดรับมุมมองใหม่ๆ

6. จงพยายามมองหาสิ่งดี ๆ ในทุกวัน แม้ว่ามันจะยากเพียงใด

ไม่มีทางที่ทุกวันจะสวยงามตามที่คุณวางแผนไว้หรอก หากวันใดเจอเรื่องท้าทาย จงใช้มันเปลี่ยนแปลงคุณไปในทางที่ดีขึ้น

7. ชีวิตที่สวยงาม…ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเพอร์เฟกต์

แม้อะไร ๆ จะผิดพลาดไปหมด แต่ขอให้คุณตระหนักถึงสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคุณที่ยังคงอยู่ ถ้าคุณยังมีลมหายใจ มีครอบครัวอันน่ารักและเพื่อนฝูงที่รักคุณ มีอาหารอร่อยๆ และมีหลังคาคอยกำบังฝน เท่านี้คุณก็มีพอและครบถ้วนแล้วล่ะ

8. หนึ่งการตัดสินใจของคุณ สามารถพลิกผันทั้งชีวิตของคุณได้

ถ้าคุณไม่ชอบชีวิตที่เป็นอยู่ จงจำไว้ว่า “คุณสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เสมอ” จริง ๆ แล้วคุณมีทั้งอิทธิพลและความสามารถในการควบคุมให้ชีวิตเป็นดั่งฝันได้ เพราะฉะนั้นจงอย่าให้ความเป็นจริงทำให้คุณหมดกำลังใจ คุณสามารถเอาชนะมันได้ด้วย วิธีคิด มุมมอง และทัศนคติเชิงบวกของตัวคุณเอง

9. ไม่ว่าตอนนี้จะรู้สึกอย่างไร จงลุกจากที่นอนและแต่งตัวเสีย มุ่งสู่จุดหมาย อย่าเพิ่งยอมแพ้

อย่าปล่อยให้ชีวิตทำร้ายคุณนานจนเกินไป การพยายามรักษาวิธีคิดที่ดี และเปลี่ยนวันร้าย ๆ ให้กลายเป็นความเข้มแข็ง มันจะทำให้คุณสามารถก้าวไปข้างหน้า และพร้อมเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น

10. ยิ่งฉันอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งตระหนักมากขึ้นว่า เราทุกคนต่างก็ไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่เลย เราก็แค่แกล้งทำเป็นรู้เท่านั้นเอง

เมื่อไหร่ที่คุณเครียดกับชีวิต ให้จำไว้ว่าเราทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันหมด ไม่มีใครรู้มากกว่าใครในเรื่องการใช้ชีวิตหรอก ดังนั้น ถ้าหลาย ๆ อย่างผิดพลาด จงจำไว้ว่าคุณไม่ได้มีตัวคนเดียว เพราะเราทุกคนต่างก็อยู่บนเรือลำเดียวกัน

11. การคิดมากจะทำให้คุณอารมณ์เสียซะเปล่า จงหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยวางเรื่องราวร้ายๆ ทิ้งไป

บางครั้งเราก็ชอบสร้างปัญหาที่ไม่มีจริงขึ้นมาให้หนักสมอง จงมีสติตระหนักรู้ความคิดของตนเอง และอย่าปล่อยให้มันควบคุมคุณ จงถามตนเองว่า “นี่ทุกอย่างกำลังผิดพลาดจริงๆ หรือว่าฉันแค่คิดมากไปเองกันนะ?”

ชีวิตคนเราจะมี 10 ปีสักกี่ครั้งกัน!! รู้มั้ยว่าว่าแต่ละ 10 ปี เราใช้ไปกับอะไรบ้าง?

อ่านให้จบ คุณอาจจะหันมารักตัวเอง “ชีวิตคนเราจะมี 10 ปีสักกี่ครั้งกัน” ชอบประโยคนี้มาก มันจริงอย่างยิ่ง ถ้าคนเราอายุเฉลี่ย 70 ปี เราก็มี 10 ปีแค่ 7 ครั้ง

1. สิบปีแรก..หมดไปกับ ความไร้เดียงสา

2. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ การศึกษาเล่าเรียน

3. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ การทำงานและการใช้ชีวิต

4. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ การสร้างฐานะ สร้างครอบครัว

5. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ การลงหลักปักฐาน รักษาสิ่งที่หามา.

6. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ การดูแลรักษาสุขภาพกาย-ใจให้แข็งแรง

7. สิบปีสุดท้าย..หมดไปกับ การปล่อยวางทุกสิ่ง รอคอยการกลับบ้าน

แต่ละสิบปีผ่านไป…ไวเหมือนโกหก อีกไม่นานปีนี้ก็จะผ่านไป มีอะไรที่เราทำไปแล้วมากมาย และก็ยังมีอะไรอีก มากมายที่เรายังไม่ได้ทำ

** เวลา คือ หน่วยเงินในกำมือของเราที่เอาไป แลกสิ่งอื่น **

เราเอาเวลาไปแลกงาน เราเอางานไปแลกเงิน แต่เราก็ไม่เคยเอาเงิน ไปแลกเวลาคืนกลับมาได้สักที ถ้า ‘ธนาคารเวลา‘ มีจริง เราก็ไม่เคยมีสมุดบัญชีสักเล่มที่จะให้เราดูได้..ว่า ตอนนี้เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่? ** เรารู้ว่าเราใช้ “สิบปี” ของเราไปกี่ครั้งแล้ว แต่เราไม่อาจรู้ว่า…เราจะใช้ “สิบปี” ที่เหลือของเราได้ครบมั้ย?

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับเราใช้เวลาสิบปีของเราไป คุ้มค่าหรือเปล่า? เมื่อเราหันหลังกลับมา ขอให้พูดได้เต็มปากว่าเราใช้มันไปอย่างไม่น่าเสียดาย

ชีวิตคนเราจะมี “สิบปี” สักกี่ครั้งกัน? ใช้สิบปี เจ็ดครั้งของเราให้คุ้มค่ากับสิบปีปัจจุบันของท่าน

ท่าน Suksri เขียนเรื่องนี้ไว้ดีมาก อ่านให้จบ คุณอาจจะหันมารักตัวเอง…

สรุป : ชีวิตที่เรียบง่าย ให้สนุกกับการใช้ชีวิต 30% ที่เป็นของคุณ

ไม่เจ็บปวดแต่ก็ต้อง บำรุง

ไม่กระหายแต่ก็ต้อง ดื่มน้ำ ว้าวุ่นแค่ไหนก็ต้อง ปล่อยวาง มีเหตุมีผลแต่ก็ต้อง ยอมคน มีอำนาจแต่ก็ต้องรู้จัก ถ่อมตน ไม่เหนื่อยแต่ก็ต้อง พักผ่อน ไม่รวยแต่ก็ต้อง รู้จักพอเพียง ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จัก พักผ่อน หมั่นเตือนตน : ชีวิตนี้สั้นนัก

หากเวลาของคุณยังมีเหลือเฟือ ส่งต่อข้อความเหล่านี้ต่อให้เพื่อนของคุณ ให้เพื่อนได้อ่านบ้าง เพื่อจะได้ใส่ใจตัวเองบ้าง

ดังนั้น อยากกิน…กิน

อยากเที่ยว….เที่ยว เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้ สุขสบายทุกเพลา เวลาที่ยังจับมือไหว ให้เชิญเพื่อนมาสังสรรค์ เวลาที่ยังกอดไหว ให้โอบกอดให้ชื่นใจ ทำหน้าที่พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่ น้อง เพื่อนที่ดีต่อไป เวลาที่อยู่ด้วยกันอย่าได้โกรธกันง่ายๆ

Cr. ForwardLine,sumrej

 

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ข้อคิด