จัดหิ้งพระในบ้านอย่างไรเป็นเสริมสิริมงคลกับเจ้าของบ้าน และจัดแบบไหนไม่ควรทำ

สำหรับบ้านชาวไทยพุทธแล้วนั้นแน่นอนว่าหิ้งบูชาพระนั้นจะมีอยู่ทุกบ้านกันอยู่แล้วใช่ไหมละคะบ้านแต่ละหลังย่อมมีหิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าหลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวาง ตั้งหิ้งพระไว้บริเวณใดของบ้านถึงเหมาะสมและเป็นมงคลกับชีวิต รวมถึงอาจเผลอวางหิ้งพระผิดที่ผิดทางจนเกิดความไม่เป็นมงคลได้ วันนี้ทางเราเลยรวบรวมคำแนะนำเรื่องการจัดหิ้งพระให้เหมาะสมและเป็นมงคลต่อเจ้าของบ้าน

1.หมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดอยู่เสมอ หลายจุดในบ้านเจ้าของบ้านให้ความสำคัญแต่บางครั้งหลงลืมตำแหน่งของหิ้งพระ ดังนั้นต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดองค์พระหรือรูปเทพ เพราะหากองค์พระหรือรูปเทพมีฝุ่นจับเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนั้นควรหมั่นเปลี่ยนน้ำ ดอกไม้ในแจกันบูชาเพื่อให้ชีวิตของคนในบ้านสดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา

2.เลือกตำแหน่งที่สงบ หิ้งพระควรตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ สงบ ไร้เสียงรบกวน จอแจ เช่นบางบ้านประดับหิ้งพระไว้บริเวณประตูเข้า-ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในบ้านจะพบแต่ความวุ่นวาย

3.หิ้งพระไม่ควรติดตั้งผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว รวมถึงไม่ควรหันหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีเรื่องขัดแย้งหรือเงินทองรั่วไหล

4.หิ้งพระบนหลังตู้ควรสูงกว่าศีรษะ หากคุณพักอาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์หิ้งพระควรอยู่สูงกว่าศีรษะเพราะมันเกี่ยวพันกับความเจริญก้าวหน้า อาชีพการงาน

5.ห้องพระคือห้องพระ ห้องพระก็คือห้องสำหรับตั้งบูชาพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว เราอย่าใช้ห้องพระไว้เก็บข้าวของชนิดอื่นๆ รวมทั้งห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำหรือมีประตูตรงกับห้องน้ำ

6.หิ้งพระไม่ควรตั้งอยู่ปลายเตียง หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เนื่องจากเราอาจมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระเช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สามี-ภรรยา อีกทั้งยังไม่ควรหันหน้าหิ้งพระไปยังทิศที่เตียงตั้งอยู่ด้วย

7.ห้องรับแขกไม่ใช่ที่ตั้งของหิ้งบูชา อย่างที่บอกว่าหิ้งพระควรตั้งอยู่ในห้องที่ค่อนข้างมีบรรยากาศสงบ

8.บนหิ้งพระควรมีองค์พระหรือองค์เทพเป็นจำนวนเลขคี่

9.หลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน เพราะหมายถึงดวงชะตาของเจ้าของบ้านอาจถูกกดทับ และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ

10.หิ้งพระควรตั้งอยู่ในมุมที่เป็นสัดส่วน ไม่ใช่เมื่ออยู่นอกบ้านแล้วสามารถมองเห็นหิ้งพระในบ้านอย่างชัดเจน เช่นนั้นถือว่าไม่ดี

นอกจากนี้ยังมีทิศต้องห้ามไม่ให้เจ้าของบ้านตั้งหิ้งพระอีกด้วย มาดูกันว่าคุณเกิดปีไหนและห้ามไม่ให้ตั้งหิ้งพระตรงไหน

เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตราย จนอาจถึงขั้นเสียชีวิต

เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน

เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตราย

เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียคนในบ้านจะเสียชีวิต

เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหายทั้งชายและหญิง

เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้

เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน

เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัว เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว

เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะทำให้ความทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ

เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้

เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด เสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล

ได้หลักการจัดหิ้งพระแบบง่ายๆ กันไปแล้ว ก็ลองตรวจเช็คดูนะคะว่าเราวางถูกต้องแล้วหรือยัง

“ดอกไม้บูชาพระ” ขอเรื่องไหนใช้ดอกอะไรถึงจะดี?

“ดอกไม้บูชาพระ” ขอเรื่องไหนใช้ดอกอะไรถึงจะดี?

ดอกไม้ที่เราเลือกใช้บูชาพระนั้นจะต้องเป็นดอกไม้ที่สด ใหม่ และสวยงาม จึงต้องมีความพิถีพิถันในการเลือกดอกที่งดงามเป็นพิเศษเพื่อมาถวายหรือบูชาต่อพระ โดยมีความเชื่อว่าดอกไม้ถวายพระจะต้องงามๆ เพื่อที่จะช่วยให้ชีวิตเราสวยงามตามไปด้วยดั่งดอกไม้ หากเราเลือกดอกไม้ที่เหี่ยวเฉามา ชีวิตก็โรยราตามดอกไม้ด้วยเช่นกัน

แต่นั้นก็เพียงความเชื่อของคนที่สืบทอดกันมา นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกมากมายที่เกี่ยวกับการเลือกดอกไม้แต่ละชนิดมาถวายหรือบูชาพระด้วยค่ะ ซึ่งมีดังนี้

บุคคลผู้บูชาด้วยดอกไม้ที่มีสีสวย

เช่น บูชาพระด้วยดอกไม้พลาสติก หรือดอกไม้ประดิษฐ์ ต่อไปในภายหน้าผู้นั้นจะได้อะไรก็ล้วนแต่มีรูปร่างลักษณะดีมีรูปสวย แต่คุณภาพไม่ดี ดังสุภาษิตว่า “สวยแต่รูป จูบไม่หอม”

บุคคลผู้บูชาพระด้วยดอกไม้มีกลิ่นหอม

ต่อไปในภายหน้าผู้นั้นจะได้อะไรก็ล้วนมีคุณภาพดี แต่รูปร่างลักษณะไม่สวย ไม่งดงาม ดังสุภาษิตว่า “ถึงรูปชั่วตัวดำแต่น้ำใจดี”

บุคคลผู้บูชาพระด้วยดอกไม้กำลังสดชื่น

ต่อไปในภายหน้าผู้นั้นจะได้อะไรก็ล้วนแต่เป็นของใหม่ๆ ไม่ต้องใช้ของที่ผู้อื่นใช้แล้ว

บุคคลผู้บูชาพระด้วยดอกไม้ที่บอบช้ำเหี่ยวแห้ง

ต่อไปในภายหน้าผู้นั้นจะได้อะไรก็ล้วนแต่เป็นของเก่าๆ เหี่ยวๆ แห้งๆ เป็นของที่ผ่านมือผู้อื่นมาแล้ว

ดอกไม้บูชาพระ

การเลือกดอกไม้ไหว้พระ ดอกไม้มงคลที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง นำความโชคดีต่างๆ มาให้ ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายแตกต่างกันดังนี้

ดอกบัว

พบแต่ความสำเร็จ เป็นไม้มงคลเปี่ยมด้วยคุณค่าและเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ พลังสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความนิยมมากที่สุด

ดอกดาวเรือง

พบแต่ความรุ่งเรืองเสริมให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า มีเงินมีทอง

ดอกพุด

จะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง แข็งแรงสมบูรณ์ ควรใช้เป็นดอกพุดชนิดสีขาว

ดอกมะลิ

พบแต่ความสุขสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นมะลิซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลในด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป

ดอกรัก

พบแต่ความรักที่เปี่ยมด้วยความสุข

ดอกกุหลาบ

พบแต่ความมีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น

ดอกแก้ว

มีความดี ความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจดังแก้ว

ดอกกล้วยไม้

พบแต่ความสำเร็จ เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงมิตรภาพ ความงดงาม ความบริสุทธิ์

ดอกจำปี

จะทำให้ชีวิตรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า

ดอกบานไม่รู้โรย

จะช่วยเสริมด้านความรักของผู้อยู่อาศัยและคู่รักให้ผูกพันมั่นคงต่อกัน

ดอกจำปา

นำโชคมาสู่ครอบครัว

ดอกเข็ม

จะทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดอ่านที่ดี ความคิดเฉียบขาด

ดอกเบญจมาศ

มีความหมายถึง ความยั่งยืน

ดอกลิลลี่

พบแต่ความน่ายินดีในทุกเรื่อง

ดอกพุดตาน

หรือคนไทยมักเรียกว่า ดอกไม้สามสี หมายถึง ความพร้อมด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ยศศักดิ์

ดอกไม้บูชาพระ

สำหรับดอกไม้บูชาที่แห้งเหี่ยว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่ถวายหิ้งพระ หรือโต๊ะหมู่บูชา ทั้งที่เป็นแบบพวงมาลัย หรือ ดอกบัว ดอกกล้วยไม้ที่ถวายในแจกัน ไม่ควรนำไปทิ้งถังขยะ ควรนำไปลอยที่แม่น้ำ โดยตั้งจิตกล่าวว่า

ข้าแต่พระแม่คงคาบัดนี้ข้าพเจ้าชื่อ…………………นามสกุล…………………ได้นำดอกไม้บูชาที่หิ้งพระที่บ้านของลูกซึ่งเหี่ยวเฉาแล้ว มาทำการจำเริญที่แม่น้ำ (หรือลำคลอง) แห่งนี้ ขอพระแม่คงคาทรงโปรดอนุญาตให้ลูกได้ทำการจำเริญพวงมาลัย ดอกไม้ เหล่านี้ด้วยเถิด

หากไม่สะดวกที่แม่น้ำ ก็อาจนำไปวางไว้โคนต้นไม้ก็ได้ โดยทำการขออนุญาตพระแม่ธรณีก่อนเช่นกัน

cr.isanbanthung.com , postsod

Load More Related Articles
Load More By Update
Load More In ความเชื่อ