ทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี แต่คนทำบาปกลับชีวิตดีเอา ๆ

ถาม: คนทำบาป ทำผิดกฎหมาย ทำไมรวย ทำไมมีความสุข แต่คนทำดี กลับตกอับ เป็นทุกข์ และไม่มีความสุข

ตอบ: คำถามประมาณนี้หรือคล้าย ๆ แบบนี้ ผู้คนมักถามกันมาก หรืออาจจะเกือบทุกคนก็ว่าได้ที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง ว่าตัวเองทำดีแล้ว ทำไมถึงไม่ได้ดี และมักไปยกคนอื่นขึ้นมาเปรียบอีกด้วยว่า คนนั้นไม่ได้ทำดีเท่าตัวเอง แต่ทำไมเขาถึงได้ดีเอา ดีเอา

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนว่า “ทำดี ได้ดี” คำว่า “ได้ดี” ในที่นี้คืออะไร ถ้าได้ดีของคุณคือความสำเร็จ คือทรัพย์สินเงินทอง คือความมั่งคั่งร่ำรวย หรือคือโชคลาภ แบบนี้ถือว่าผิด เพราะมันเป็นคนละเรื่องกันเลย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนจากการทำความดี ฉะนั้นเลิกคิดเสียทีว่าทำดีแทบตายทำไมถึงไม่รวย เพราะมันผิดฝาผิดตัวตั้งแต่ต้นแล้วที่ไปตั้งคำถามแบบนั้นแล้ว

เรื่องความสุขก็เช่นกัน ที่ตกอับ เป็นทุกข์ ไม่มีความสุข อาจเพราะเราเอาความสุขไปอิงกับความรวยก็เป็นได้ จริง ๆ แล้วความรวยไม่ใช่นิยามของความสุข ดังนั้นความคิดที่ปรุงแต่งจนเกิดคำถามแบบนี้กับตัวเอง คือการผูกเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องขึ้นมาบั่นทอนตัวเองจากความไม่รู้ จนหลงเข้าใจผิดว่า “ได้ดี” คืออย่างนั้นอย่างนี้

อย่าลืมว่าทุกสิ่งที่ทำลงไป ย่อมมีผลจากการกระทำนั้น ๆ เสมอ ซึ่งผลที่เกิด มันก็จะสมเหตุ เชื่อมโยงกันได้เป๊ะ ๆ เช่น คุณปลูกทุเรียน คุณก็จะได้ผลทุเรียน ไม่ใช่ได้ความร่ำรวย ถ้าอยากรวยจากทุเรียนก็ต้องวางแผน เลือกสายพันธุ์ ปลูกให้ถูกที่ถูกเวลา ต้องศึกษาการตลาดและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถึงจะมีโอกาสรวย (หรือได้ดีตามแบบที่ต้องการ) ลองคิดเล่น ๆ ว่าเวลาไปวัดทำบุญหยอดตู้สองร้อย ขอให้เอ็นทรานซ์ติด มันเกี่ยวกันไหม ถ้าอยากเอ็นทรานซ์ติดก็ต้องอ่านหนังสือสิ ทำกรรมให้ส่งผลตามวิบากที่ต้องการสิ

ที่จริงจบคำถามนี้ได้เลย เพราะเป็นคำถามที่ผิดแต่ต้น เอามาตั้งเป็นคำถามไม่ได้ แต่เมื่อความสงสัยยังไม่คลี่คลาย เลยต้องอธิบายให้เข้าใจ

ที่ถามว่า “คนทำบาป ทำผิดกฎหมาย ทำไมรวย ทำไมมีความสุข” คือถามหน่อยรู้ได้ยังไงว่าเขามีความสุข เพราะเขามีบ้านหลังใหญ่โต มีรถราคาแพง มีบริวารมาก เลยไปตีความว่าเขามีความสุขงั้นหรือ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะตั้งแต่วันแรกที่เขาทำผิดกฎหมาย เขาก็ทุกข์แล้ว ทุกข์เพราะกลัวว่าสิ่งที่เขาทำจะถูกเปิดเผย เขาต้องระวังตัว กลัวพลาด กลัวถูกหักหลัง กลัวถูกจับได้ กลัวติดคุก กลัวสารพัด ไม่เชื่อลองถามคนค้ายาบ้าดู วันแรกที่เขาทำ เขาเดินถนน ความรู้สึกต่างจากเมื่อวานอย่างไรบ้าง

ที่ถามว่า “คนทำดี กลับตกอับ เป็นทุกข์ และไม่มีความสุข” นี่ก็เช่นกัน ไปยัดเยียดตั้งคำถามใส่มือเขาว่าไม่มีความสุข ที่ว่าตกอับ เป็นทุกข์ มาจากการที่เขามีเงินน้อย ไม่ร่ำรวยงั้นหรือ จะไปฟันธงตายตัวแบบนี้ไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เป็นคนดี มีจริยธรรม ประกอบอาชีพสุจริต แต่ถ้าเขาเป็นคนฉลาด เข้าใจในชีวิต (รู้ธรรมะ) แม้เขาตกอับ มีทรัพย์น้อย เขาก็มีความสุขได้กับสิ่งรอบตัวเท่าที่เขามี กลับกัน หากคนดีคนนั้นไม่ฉลาด ก็อาจจะตีอกชกหัวฟูมฟาย สุดท้ายก็มาตั้งคำถามโง่ ๆ ให้ตัวเองทุกข์ ว่าทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี นี่ก็เพราะเขาไม่รู้สัจธรรมว่าสรรพสิ่งล้วนอนิจจัง

แท้ที่จริงแล้ว “ทำดี” มันก็ดีทันทีที่ทำ ไม่ต้องรอถึงกับต้องใช้คำว่า “ได้” เพราะมันดีโดยอัตโนมัติ เหมือนแต้มสีอะไร สีนั้นก็บังเกิดขึ้นทันที ไม่ต้องรอ แต้มสีดำมันก็ดำทันที คนทำชั่วก็ชั่วทันทีที่ทำ ส่วนผลที่จะทยอยตามมา ก็เป็นไปตามเรื่องตามเหตุตามปัจจัย แต่คนเรามักไปใส่ใจที่ตรงนี้ ตรงที่มาทีหลัง เช่น ไปช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก จริง ๆ ความดีมันเกิดขึ้นแล้วขณะที่ทำ ถ้าทำดีเพื่อหวังผล ก็จะเฝ้ารอที่จะ “ได้” ดีตามมา เพราะไปนิยามว่า ดีคือเสียงชื่นชม สรรเสริญ หรือยอดไลก์

สรุปว่า ทำดีก็ได้ความดี ไม่ใช่ทำดีแล้วจะได้ผลตอบแทนดี อย่าไปเดือดร้อนถึงผลตอบแทนเลย ทำความดีโดยไม่หวังผลต่างหาก จึงจะเรียกได้เต็มปากว่าทำดีอย่างแท้จริง คนที่ทำความดีเพื่อความดี เขาจะไม่มีคำถามแบบนี้เลย

Load More Related Articles
Load More By G Update
Load More In ธรรมะ