11 วิธี สร้างความสุขด้วยตัวเองได้ แบบไม่ต้องง้อใคร

วันนี้เราจะมานำเสนอ 11 วิธีสร้างความสุข ด้วยตัวเอง วิธีสร้างความสุข ให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ อาจมาจากการได้ทำในสิ่งที่เป็นความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง โดยในบางครั้ง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนอื่นเข้ามาเป็นองค์ประกอบของรอยยิ้มเหล่านั้นเลย

1. ออกเดินทางไปในที่ที่อยากไป

การพาตัวเองให้ออกเดินทางไปในที่ที่อยากไปได้ โดยไม่ต้องเป็นภาระของใคร หรือทำตัวให้เดือดร้อนคนอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภารกิจชีวิต ที่ถ้าหากทำได้สำเร็จ ก็จะมีส่วนช่วยให้เราได้หัดรู้จักการพึ่งพาตัวเอง และต้องการคนอื่นน้อยลง รวมถึงเกิดความรู้สึกแฮปปี้กับตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย

2. ตามใจปากด้วยการกินอะไรที่อยากกิน

‘การกิน’ อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ใช้ในการขับเคลื่อนชีวิตทุกๆ ชีวิตให้อยู่รอด มนุษย์บางคนเกิดความสุขขึ้นได้ง่ายๆ แค่ด้วยการกิน ดังนั้น การตามใจปากด้วยการพาตัวเองไปกินอะไรก็ตามที่อยากจะกิน ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งความสุขที่ไม่ต้องรบกวนใคร ไม่ต้องเสียอะไรไป แถมยังได้ประโยชน์คืนกลับมาเต็มๆ อีกด้วย

3. ทำในสิ่งที่ต้องการ

ความรู้สึกเป็นสุขที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง อาจเป็นเพียงแค่การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยที่สิ่งๆ นั้น จะต้องไม่เดือดร้อนคนรอบข้าง และสามารถสร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นกับตัวเองได้ โดยเฉพาะการทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและคนอื่นๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างคุณค่าให้กับชีวิตและเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ

4. เพิ่มพลังด้วยการฟังเพลงที่ชอบ

เพราะความชอบก็จัดว่าเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งได้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้น บทเพลงดีๆ ความหมายโดนๆ จึงเป็นสิ่งที่มีส่วนช่วยปลุกพลังในตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะ การได้รับฟังเพลงที่ชอบก่อนการทำกิจกรรมหรือการทำงานในทุกๆ วัน อาจเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานดีๆ อันเกิดมาจากความสุขข้างในได้

5. ลองตื่นให้เช้ามากขึ้นกว่าเดิม

ค้นพบว่าการปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาในเวลาที่เช้ากว่าปกติ จะทำให้เรามีเวลาชีวิตในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้นตาม เพราะการที่มีเวลามากเพียงพอในการได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่า เราสามารถใช้เวลาเหล่านั้นได้อย่างมีประโยชน์ และเกิดความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

6. เพิ่มรอยยิ้มให้คนรอบข้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้มองเห็นรอยยิ้มของคนรอบข้าง ก็ถือว่าเป็นความรู้สึกที่สุขทางใจได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะ รอยยิ้มเหล่านั้นที่มีเราเป็นตัวต้นเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถช่วยเพิ่มพูนคุณค่าและความสุขในตัวเราเองให้เกิดขึ้นมาได้อีกด้วยเช่นกัน

7. อย่าคาดหวังความสุขจากคนอื่น

บ่อยครั้งที่ความคาดหวัง มักเป็นตัวการสร้างความบั่นทอนให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ เพราะเป็นที่แน่นอนว่า ใครๆ ต่างก็ต้องการที่จะได้สัมผัสกับความสมหวังมากกว่าความผิดหวัง ซึ่งหนทางเดียวที่จะสามารถช่วยลดทอนความผิดหวังและช่วยสร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นได้ คือการต้องลดความคาดหวังลง และมองเห็นความสุขในตัวเองให้มากยิ่งขึ้น

8. พยายามทำอะไรเองให้ได้ก่อน

การลงมือทำทุกๆ อย่างให้ได้ด้วยตัวเองก่อน อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการไม่สร้างปัญหาที่อาจเกิดขึ้นให้กับคนอื่นๆ เพราะถ้าหากได้ลองทำในสิ่งเหล่านั้นได้โดยลำพังแล้ว ก็จะมีส่วนทำให้เราสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง และพึ่งพาผู้อื่นน้อยลง นับเป็นการสร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นได้ในอีกหนทางหนึ่ง

9. อย่าฝืนความเป็นตัวเองมากนัก

เชื่อว่าหลายๆ คนกำลังพยายามฝืนความเป็นตัวเองเพื่อต้องการตัดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น จนในบางครั้งสิ่งเหล่านั้น ก็ได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง และทำให้ไม่ได้แสดงออกถึงความต้องการที่แท้จริง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นผู้ที่ถูกมองข้ามความรู้สึกไป

10. อย่าเพิ่งคิดเยอะจนเกินพอดี

การใส่ความคิดมากลงไปในเรื่องบางเรื่อง ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความฟุ้งซ่านแล้ว ยังทำให้กลับกลายเป็นว่า เกิดความวิตกกังวลจนไม่สามารถใช้ชีวิต หรือปฏิบัติหน้าที่ที่ทำอยู่ได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์อีกด้วย

11. ทำเป้าหมายในแต่ละวันให้สำเร็จ

ความสุขเล็กๆ ในบางครั้งอาจเกิดขึ้นจาก การได้ทำในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเสร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดทอนความไม่สบายใจลง และช่วยทำให้เกิดพลังในตัวเองได้มากขึ้น เพราะสามารถทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้สำเร็จ

8 วิธี นำพาความสุข สู่ชีวิต ไม่ทุกข์ไม่เครียด จากโอวาทสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

เรียกว่าเป็นวิธีการฝึกจิตใจของตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน ให้มีสมาธิและสติอยู่ตลอดเวลา โดยเป็นโอวาทสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ประยุทธ์ อารยางกูร ที่ได้ชี้แนะให้ประชาชนได้ลองฝึกควบคุมจิตใจของตัวเอง และเมื่อทำได้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวเองจิตใจเราจะได้สงบและไม่เป็นทุกข์ อย่างแท้จริง วันนี้สยามวาไรตี้ จะขอมอบ ธรรมทานแก่ทุกท่านในวันปีใหม่ ซึ่งเป็นธรรมที่ปฏิบัติแล้ว เป็นสุขแน่นอน เราไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป

2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย

3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง

4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมากไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว

5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย

6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่อง ของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า “เรามาถูกทางแล้ว” แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกา กับคำนินทาก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจาก ความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน

8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น

29 ข้อคิด ใช้ชีวิตให้มีความสุขสำเร็จแบบ “โน้ส อุดม แต้พานิช”

1. คนส่วนใหญ่ ยอมนั่งเรียน 20 ปี เพื่อให้ได้เงินเดือน 15,000 แต่พอต้องเรียน เพื่อให้มีรายได้เป็นแสนเป็นล้าน กลับบอกว่า “ไม่มีเวลา” แปลกดีครับแปลกดี

2. ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เขาได้ ทำผิดหลายๆครั้ง เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน

3. ความรู้มากๆบางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว บางครั้งมันอาจ ทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร นอกจากอิฐที่ตนเองก่อขึ้นมา

4. ประเทศนี้แรงบันดาลใจมันเยอะเกินไปแล้ว สังคมไทยตอนนี้มันเต็มไปด้วยคำคมกับแรงบันดาลใจ ซึ่งของที่มันเยอะเกินไปมากๆ มันก็เป็นขยะได้

5. ก่อนจะคิดทำสิ่งใด ควรจะหาหัวใจของสิ่งนั้นๆ ให้เจอเสียก่อน การพบหัวใจของสิ่งนั้น จะทำให้เราไปตรงเป้า ไม่เสียเวลาไปกับเปลือก

6. ทำก็โดนด่า ไม่ทำก็โดนด่า ทำดีกว่า ขณะโดนด่า อย่างน้อยก็ยังมีอะไรทำ

7. คนล้มเหลว คือ คนที่ยังไม่ได้ริเริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ได้แต่คอยตำหนิ จับผิดคนอื่น ความสำเร็จมักจะมากับคนที่ลุกขึ้นปฏิบัติ ไม่ใช่คนนั่งพูด นั่งวิจารณ์

8. เรามักจะคิดว่า เราจะมีความสุข เมื่อเวลานั้น เวลานี้ ถ้าเราคิดว่าเราจะมีความสุขในตอนนี้ มันก็เกิดขึ้นได้

9. การได้เข้าไปอยู่ในฝูง เขาทำอะไร ทำตามเขา เต้นเหมือนเขา พยายามพูดเรื่องเดียวกับเขา ทั้งที่ตนเองไม่มีความรู้ ความเข้าใจแม้แต่น้อย คงมีสภาพไม่ต่างจากถั่วงอก ที่พยายามงอกบนพื้นปาเกต์ของลานสเก็ต

10. ความสามารถที่เราไม่ได้ใช้ เหมือนปากกาเคมีที่ลืมปิดฝา มันจะค่อยๆแห้งไป จนเขียนไม่ติด

11. กลิ่นความรัก ก็เหมือนห้องน้ำ เข้าไปแรกๆ จะรู้สึกได้กลิ่น อยู่ในนั้นไปนานๆ จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่

12. ความรักเหมือนรถเมล์ สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ บางทีมาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย แน่นก็ต้องขึ้น

13. ผมไม่มีเป้าหมายร่ำรวยมหาศาล มีเงินในบัญชีเท่านี้แล้วจะมีความสุข ระบบนิเวศของผมคือ “ทำเดี่ยว ได้เงิน ท่องเที่ยว แล้วก็เดี่ยว” เหมือนชาวนานั่นแหละ พอหมดฤดูเก็บเกี่ยว ก็เย็บปักถักร้อย มีการละเล่น เถิดเทิง

14. คนขยันไม่อดตาย ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะความขยัน ยึดที่พระพุทธเจ้าสอน ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา รักในงานที่ทำ ใจจดจ่อกับมัน พัฒนามันให้ดีขึ้น ทำมันต่อเนื่อง ไม่ท้อ อยู่กับมันตลอดเวลา

15. ความสุขมันไม่ใช่ตัวเลขศูนย์ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ความสุขคือ การที่คุณเอาเงินเหล่านั้นไปทำอะไรกับชีวิตของคุณบ้าง เอาไปพัฒนาชีวิต ความคิด จิตวิญญาณของตัวเองบ้างหรือเปล่า

16. ชีวิตผมไม่มีงานประจำ มีแต่งานอดิเรก ไม่ต้องตอกบัตร งานอดิเรกคืองานที่เราชอบ ทำเพราะอยากทำ เวลาทำอะไรที่รักมันจะเหมือนไม่ได้ทำงาน

17. ข่าวสารกับข้าวสารมันต่างกัน ข่าวสารนี่ได้มาเท่าไรก็ไม่เคยอิ่ม อยากรู้ไปเรื่อย หิวตลอด แต่ข้าวสารนี่เรากินยังอิ่ม ข้อมูลกับปัญญา เป็นคนละเรื่องกันควรบริโภคแต่พอดี

18. อายุกับความรู้ บางครั้งมันเติบโตไม่เท่ากัน พอคุณอายุมากขึ้น คุณกลับพบว่า คุณแม่งไม่รู้อะไรเลย

19. หัวใจของ Standup Comedy คือการพูดสิ่งที่อยู่ในใจคน เขาชอบที่เราพูดแทนเขา เรื่องพูดแซวคนอื่นมันคือศิลปะ ที่คุณจะไปล้อเขาอย่างไรไม่ให้เขาโกรธ มันเป็นศิลปะขั้นสูง ถ้าไม่ให้ล้อใครเลย มันก็ทำอาชีพนี้ไม่ได้ เหมือนตำส้มตำขายแต่ไม่มีพริก ไม่มีกระเทียม ไม่มีปลาร้า มันคงต้องไปทำอย่างอื่นแล้วละ

20. ชีวิตคู่มันคือเรื่องของการยอม ไม่ใช่เรื่องของเหตุผล มีคนเขาบอกมาว่าความรักทำให้คนตาบอด การแต่งงานทำให้คนตาสว่าง เมื่อตาสว่างแล้วเราก็ควรทำตาด้วยการปิดตาสักข้างหนึ่ง มันจะได้ไม่ทำให้เราแสบตามากเกินไป

21. ความสุขของผมคือ การไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร มีเงินให้แม่ ให้น้อง ท่องเที่ยว ใช้จ่ายแบบพอดีพานิช

22. ชีวิตมี 2 ทางเลือก ท้อแท้ กับ ท้าทาย อะไรที่ทำให้คุณ ’ท้อ’ แปลว่าคุณไม่ใช่ของ ‘แท้’ อะไรที่มันเข้ามา’ท้า’ความกล้าคุณ สุดท้ายผม’ทาย’ได้เลยว่า มันจะทำให้คุณเติบโตจนสำเร็จ

23. ความสำเร็จ ก็เหมือนเห็นผี เรารู้ว่ามีอยู่จริง แต่น้อยคนที่เห็นด้วยกับเรา จนกระทั่งเราพาเขาไปเห็นผีด้วยกัน

24. คนโสด กับคนมีแฟน มีความเหงาไม่เท่ากัน คนโสดเวลาไม่มีแฟนเหงาคนเดียว คนมีแฟน ถ้าเกิดไปคบกับคนที่ไม่ใช่ รสนิยมไม่ตรงกัน ปรึกษากันไม่ได้ นอนหันหลังให้กัน แบบนั้นสองคนเหงากว่า

25. ถ้าเราจะมีคู่เพื่อคลายเหงา มันก็ไม่ต่างจากการที่คุณเห็นหมาน่ารักที่จตุจักร แล้วก็เอามันมาคลายเหงา ตอนคุณเหงาก็เล่นกับมัน พอไปทำงานก็ทิ้งให้มันอยู่ตัวเดียว 12 ชั่วโมง มันก็รอคุณ กัดทุกอย่างในห้อง พอคุณกลับมา มันดีใจก็วิ่งไปหาคุณ คุณเล่นกับมัน 20 นาที คุณก็ต้องดูทีวี เล่นมือถือ อาบน้ำ นอน แล้วคุณก็ปล่อยมันอีก 12 ชั่วโมง เป็นแบบนี้ทุกวัน และนี่คือความรักแบบคลายเหงา

26. ทุกอย่างมีเวลาของมัน เร่งมากไปไม่ดี อะไรที่สุกตามเวลา รสชาติดีเสมอ ความสำเร็จก็เช่นเดียวกัน

27. เครื่องวัดที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เพื่อตรวจสอบว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ใช่หรือไม่ สิ่งนั้นคือ ความสุข ไม่ต้องไปเสียเวลาถามใคร ทำอะไรดี ใช่หรือไม่ใช่ ถ้าความสุขพองลมในเรื่องไหน แม่งใช่ละทางของคุณ

28. จงล้มเหลวเถอะ ความกลัวทำให้ความสามารถลดลง แต่ความกล้าจะทำให้ความสำเร็จเพิ่มขึ้นเสมอ

29. ก่อนที่ผมจะพูดให้คุณขำได้เหมือนทุกวันนี้ ในอดีตผมหน้าแตกมากกว่าพันเข็ม เพราะมันไม่ฮา คนโห่ โดนไล่ลงเวที ร้องไห้เสียใจ และผมมีวันนี้ได้เพราะลุกขึ้นสู้ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

ที่มา : โน้ส อุดม แต้พานิช,postsod.com

ที่มา : postyim.com

Load More Related Articles
Load More By Update
Load More In ข้อคิด