หญิงวัย 45 ปี พบรักแท้ เข้าใจทันทีว่าทำไมฝ่ายชายถึงหลงเธอ

ในวันนี้จะพาทุกท่านไปชมเรื่องราวที่น่าประทับใจ+ความน่ารักของคุณแม่เลี้ยงเดียว วัย 45 ปี ที่เธอนั้นได้มาพบรักแท้ที่เป็นถึงประธานาธิบดีในโรงยิม และเธอคนนี้ก็คือสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของอาร์เจนตินา Juliana Awada

หลายๆคนจะสังเกตได้ว่า ประธานาธิดีอาร์เจนตินา Mauricio Macri และ ภรรยาของเขา Juliana จะไปไหนมาไหนและมักจะเข้าร่วมงานต่างๆ ด้วยกันตลอด ซึ่งเขาและเธอรักกันมากๆ ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้ากล้องหรือหลังกล้องก็ตาม เขาไม่เคยซ่อนความรักที่มีต่อภรรยาของเขาเลย  แล้วเพราะเหตุใดจึงทำให้ประธานาธิบดีถึงได้หลงใหลเธอถึงขนาดนี้

เรื่องราวเริ่มต้นจากครอบครัวของ Juliana เบอร์พ่อของเธอมีโรงงานสิ่งทอซึ่งเป็นคนรวยในสมัยนั้น แม่ของเธอก็เป็นนักธุรกิจ มีแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำต่างๆเป็นของตัวเอง และเป็นที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก

Juliana เกิดในช่วงปี 1974 ซึ่งได้กลายเป็นนางแบบแฟชั่นให้กับแบรนด์และครอบครัวของตนเองตั้งแต่ยังเล็ก ในขณะนั้นคนอื่นก็ยังเรียนอยู่ประถม เธอก็ได้ติดตามแม่ของเธอและบินไปทั่วโลกเพื่อเข้าร่วมงานประกวดแฟชั่นต่างๆ

จนถึงตอนนี้เธอคงยังได้สิทธิ์นั่งชมงานแสดงในแถวหน้ากับพวกนางแบบ และการแต่งตัวของเธอก็ดูเหมือนว่าจะไม่แพ้นางแบบเหล่านั้นเลย

หลังจากที่ได้เติบโตขึ้น ชีวิตของเธอนั้นราบรื่นมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน เธอได้เข้าสอบวิชาเอกภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัย oxford และยังได้เรียนภาษาอิตาลีและฝรั่งเศสอีกด้วย

ในขณะเดียวกันวิชาศิลปะและในเรื่องของการประกอบอาหารก็เรียนไปพร้อมกันด้วย จึงทำให้เห็นว่าเธอนั้นเป็นคนที่ฉลาดมากๆ

Juliana เขาเป็นคนที่ง่ายๆ อะไรก็ได้ เมื่ออยู่ได้ 23 ปี หลังจากที่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย เธอก็ได้ตัดสินใจแต่งงานกับสามีคนแรก พออยู่ด้วยกันยังไม่ทันครบ 1 ปี เธอก็รู้สึกเบื่อและตัดสินใจหย่  าขาดกับสามีคนแรกคนนั้นโดยทันที

อายุ 23 ก็หย่ าแล้ว ดูเหมือนว่าความรักของเธอไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้พบกับคนรักที่สำคัญของเธอในชีวิต คนนี้ไม่ใช่ประธานาธิบดี แต่เป็นเอิร์ลแห่งเบลเยียม Bruno Laurent Barbier

พวกเขาอยู่ด้วยกันมาสิบปี เนื่องจากชีวิตการแต่งงานที่ล้มเหลวของครั้งที่แล้ว ทำให้ Juliana ทุ่มเทไปที่การงานและปฏิเสธที่จะแต่งงานอีก

แม้ว่าเอิร์ลคนนี้จะมีทรัพย์สินกว่า 400 ล้านยูโร ที่ดิน 480,000 ไร่ในเบลเยียม เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและสถานะของชนชั้นสูง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เธอเปลี่ยนใจได้ สุดท้ายสองคนก็เลิกกันและเธอจะเป็นคนเลี้ยงดูลูกสาวเอง

เธอหย่าตอนอายุ 23 ปี เลิกกับเอิร์ลแห่งเบลเยี่ยม และมีลูกติดตาม หลายคนคิดว่า Juliana มักจะตัดสินใจผิด แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลานาทีสุดท้าย คุณจะไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีเรื่องอะไรรอคอยอยู่ข้างหน้า

Juliana ที่มีอายุ 45 ปีนั้นชอบไปโรงยิมมาก และก็ได้พบกับสามีคนปัจจุบันในโรงยิมซึ่งเป็นประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา

ในตอนนั้น Macri ยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ซึ่งเป็นเพียงนายกเทศมนตรีเมืองบัวโนสไอเรส หลังจากอยู่ด้วยกันไม่ถึงปี ทั้งสองก็ตกลงแต่งงานกัน

Macri มีอายุมากกว่าเธอ 15 ปี แต่ไม่มีผลต่อความรักของทั้งสองเลย ต่อมายังมีลูกสาวด้วยกันอีกด้วย พวกเขาแต่งงานกันในปี 2010 Macri ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของอาร์เจนตินาในปี 2015

ระหว่างนี้ Juliana ก็ได้ช่วยงานของ Macri ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เธอใช้เวลาอยู่กับพวกเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ

แล้วยังเรียกร้องให้สังคมช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สำคัญทุกอย่างของสามี

เมื่อรวมกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศอื่น เธอก็ยังคงดึงดูดตามาก เธอพยายามช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสามี และทำให้ทุกคนรู้ว่า ถึงจะเป็นถึงประธานาธิบดี ก็ต้องมีช่วงเวลาที่อ่อนโยน

เธอมักจะแชร์รูปถ่ายที่มีความสุขของครอบครัวให้ทุกคนดู เพื่อบอกทุกคนว่า สามีของเธอไม่ใช่เป็นแค่นักการเมืองที่เยือกเย็น แต่ยังเป็นพ่อที่รักครอบครัวมากด้วยเช่นกัน

แล้วยังมีรูปถ่ายในช่วงเวลาแห่งความรักที่นับไม่ถ้วน ถึงจะมีอายุ 44 ปี แต่เวลาแชร์รูปถ่าย Juliana ก็ชอบใช้สติกเกอร์ที่เป็นรูปหัวใจเหมือนสาวๆ ทั่วไป

ถึงจะเป็นคุณแม่เดี่ยวที่มีอายุแล้ว แต่เธอก็สามารถใช้ชีวิตให้สนุกและมีความสุขได้ ที่จริงแล้วไม่มีใครสามารถควบคุมคุณได้หรอก เพราะคนที่จะตัดสินใจนั้นเป็นตัวคุณเอง

เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า เรามีอิสระของตัวเอง หากเราไม่มีอิสระและความกล้าหาญของเราเอง มันจะไม่ใช่ชีวิตแบบที่เราต้องการแน่นอน

หลายคนอาจจะบอกว่า สิ่งแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เพียงในต่างประเทศเท่านั้น หากคุณกล้าทำเช่นนี้ คุณจะโดนคนรอบตัวตำหนิแน่นอน นี่แหละผลกระทบเชิงลบจากความคิดแบบโบราณ

ที่จริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้หญิงควรมีอาชีพเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตามความคิดแบบโบราณ ในด้านการทำอาชีพ ผู้หญิงเป็นฝ่ายไม่ได้เปรียบเท่าผู้ชาย มันได้สะท้อนออกมาให้เห็นในสังคมจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตามถ้าเราเลือกยอมรับและอดทน ความคิดแบบนี้จะยิ่งฝังลึกมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

เราควรละทิ้งความคิดแบบนี้ พยายามพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผู้หญิงก็ทำได้เช่นกัน ความคิดของเราต้องเปลี่ยนก่อน ถึงจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ของสังคมได้

ขอขอบคุณ : โลกของโฮ่ง

Load More Related Articles
Load More By update
Load More In ข้อคิด